ดิฉันเข้าไปอ่านเอกสารบางส่วนใน พรบ. ทราบว่ามีกฎหมายลูกที่ออกมาแล้ว ๑๐ ฉบับ และกำลังร่างอีก ๑๗ ฉบับ
แต่ปัญหาของประเทศไทยคือ กฎsมายมักไม่มีการบังคับใช้จนกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรสักอย่างโผล่มาให้เกิดกระแส กฎหมายจึงขยับให้เห็นเพียงแค่ชั่วคราว
ตัวอย่างง่ายๆ คือ การทิ้งขยะ ถ่มน้ำลาย ทิ้งก้นบุหรี่ คายหมากฝรั่งลงพื้น มีโทษปรับ ๒๐๐๐ บาท แต่ดิฉันยังไม่เคยเห็นการปรับจับจริงให้เห็น
ไม่เพียงแต่เรื่องเรื่องนี้ที่เจ้าพนักงาน (ดิฉันไม่ทราบว่าคือใคร) จะไม่เห็นความสำคัญ เรื่องใหญ่กว่านี้ที่เห็นทุกวัน เช่น ไม่ข้าม และไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย จอดรถที่ห้ามจอด การสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ การไม่สวมหมวกนิรภัยเวลาขี่มอเตอร์ไซด์ ฯลฯ (ดิฉันเห็นการสูบบุหรี่ในโรงพยาบาลทุกวัน เห็นคนขากถุยเสมหะบนพื้นโรงพยาบาล เห็นคนขับรถเก๋งสวยๆ มาจอดหน้าคลินิกดิฉันแล้วค่อยๆ แง้มประตูหยิบถุงขยะวางไว้ให้ดิฉันเก็บทิ้ง ฯลฯ)
ดิฉันพยายามจะไม่นึกถึงเรื่องที่เราแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ เพราะะมันเจ็บปวด ที่บ้านเมืองของดิฉันไร้กฎ กติกา แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ลง
กฎหมายออกมากี่ฉบับดิฉันแทบจะเฉยๆ และเฝ้ารอดูกฎหมายทำงาน
การแก้ปัญหามี ๒ ทาง คือ การควบคุมภายนอก กับ การควบคุมภายใน
การควบคุมภายนอก คือ การออกกฎหมาย เพื่อบังคับในทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งดิฉันหวังน้อย
การควบคุมภายใน คือ การสร้างสำนึกแก่ประชาชน ให้เคารพ "กฎ กติกา มารยาท" ของสังคม เป็นเรื่องง่ายกว่าเรื่องแรก (สำหรับประเทศไทย) ปลูกฝังในผู้ใหญ่ยากแล้วเพราะคนไทยไม่ถูกฝึกให้มีวินัยจากภายในต้องใช้อำนาจภายนอกมาบังคับ (ซึ่งก็คือกฎหมายอีแล้ว!!) แต่สำหรับเด็กๆ และคนรุ่นใหม่ ดิฉันยังมีความหวังเสมอ
ขอบพระคุณนะคะสำหรับบันทึกดีๆ ดิฉันต้องไปทำงานแล้ว