แยกกลุ่มการทำกิจกรรม

ระดับผู้บริหาร

Positive Leadership (ระดับบริหาร 37 คน)

โดยอาจารย์อิทธิภัทร ภัทรเมฆานนท์

Check in

1. แจกโพสต์อิท และปากกาคนละชุด

2. เขียนทุกคนความรู้สึกตอนนี้ว่ารู้สึกอะไร

Coaching

คนทุกคนมีศักยภาพ และมีทางเลือกข้างใน

การเป็นโค้ชหรือผู้นำเชิงบวกเป็นอย่างไร

ความเชื่อในเรื่องคน

- มนุษย์ทุกคนมีทรัพยากรที่ดี (ศักยภาพในตัวเอง) คนมีศักยภาพ และสามารถดึงศักยภาพมาใช้ได้อีก

- มนุษย์ทุกคนสามารถและต้องการพัฒนา Coaching เป็นเรื่องวิธีการคิด

- การสื่อสารและการมีส่วนร่วมมีความสำคัญต่อมนุษย์ การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ

การดูลมหายใจ

เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ให้หลับตา และให้หายใจผ่านหลังมือจะสามารถสัมผัสลมหายใจได้

- ทดลองดูว่าลมหายใจจากจมูกข้างซ้ายหรือขวาหายใจคล่องกว่า

- คนที่จมูกขวาหายใจคล่องกว่าแสดงว่ามีพลังสุริยัน เป็นคนที่มีพลัง Energy หรือทำอะไรเร็ว แต่บางครั้งอาจพลาดได้

- คนที่จมูกซ้ายหายใจคล่องกว่าเป็นคนมีพลังจักกระ เป็นคนที่สงบ ทำอะไรไม่เร่งรีบ

การลดการคิดเยอะ

- ให้ลองพักสมองก่อน นั่งหลังตรงเมื่อได้ยินเสียงระฆังให้หลับตา หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆรับรู้ว่าหายใจเข้าและออกลมผ่านรูจมูก

- เมื่อมีความคิดเข้ามา ให้เอาความคิดไปจับที่จมูกข้างที่มีลมหายใจถนัด หรือคล่อง

- เมื่อแว๊บแรกความคิดอะไรโผล่ขึ้นมาบ้าง ให้จดไว้ แล้วหายใจต่อ ทำให้เรารู้ว่าใน 2-3 นาที มีความคิดอะไรโผล่ขึ้นมาบ้าง และถ้าง่วงนอนก็เปลี่ยนอิริยาบท

- เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ให้ทำสมาธิลืมตา ให้ตาจดจ่อไปที่จุดใดจุดหนึ่งสัก 5-6 รอบ

การบอกความรู้สึก (ขอให้ทำให้ในห้องเป็นที่ปลอดภัย)

- ให้แต่ละคนบอกความรู้สึกว่ารู้สึกอย่างไรบ้างตั้งแต่เช้ามา

- ให้นั่งสมาธิรู้สึกอย่างไรบ้างหลังจากนั่งสมาธิ

สรุป อยากให้ทุกคนได้สัมผัสความรู้สึกตัวเองตัวเอง

ยกตัวอย่างบริษัทแพนดอราเปิดรับสมัครงาน 1,000 คน มีคนมารอสมัครงาน 10,000 คนเนื่องจาก เขามีมาตรฐานดูแลพนักงานและมีสวัสดิการ และการฝึกอบรมเป็นเยี่ยมใช้ 7 Habits มา 4 ปีManager ทุกคนเรียนรู้เรื่อง Who am I? คือการรู้จักตัวเองว่าฉันคือใคร

ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญต่อการพัฒนาครู พ่อแม่ คนทำงานให้เป็น Coach “พวกเราต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ...”

ข้อคิด

จากการนั่งสมาธิ พบว่า ถ้าเราสงบจะทำให้มีความสุข และการมีความสุขก็จะทำให้สงบ

ทำอย่างไรให้ช่างรักองค์กร และพัฒนาองค์กรเพื่อลูกค้า

ทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่เข้าใจเด็ก พ่อแม่เข้าใจลูก ครูเข้าใจนักเรียน

โค้ชชิ่งสามารถโค้ชได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

การโค้ชคืออะไร

ดูภาพที่เป็นการ์ตูนแล้วเข้าใจว่าอะไร

1. เข้าพบ เล่าถึงเส้นทางเดิน

2. การกำหนดวิสัยทัศน์หรือเป้าหมาย

3. การให้เครื่องมือ

4. ให้ลองทำแต่ไม่ให้ตกม้าตาย – ถ้าเป้าหมายใหญ่เกินไปก็ค่อย ๆ ซอยเป้าหมายออกเป็นย่อย ๆ เหมือนทำ Milestone

5. สำเร็จ

สรุปคือ แต่ละคนรับรู้ไม่เท่ากันต้องรู้ว่าคุณรู้อะไร และคุณไม่รู้อะไร

Project Leader ต้องนำความคิดของคนทุกคนมารวมกัน ต้องคอยเชื่อมงานทั้งหมดเพื่อจะได้รู้ว่าทำอะไร ดูว่าใครเข้าก่อนเข้าหลัง จะได้สามารถตรวจสอบและวางแผนได้

Project Manager ต้องคอยบริหารให้งานสำเร็จให้ได้ถ้ารู้ว่าใส่หมวกอะไรอยู่จะรู้ทันทีจะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

คนที่เป็น Coaching หรือพี่เลี้ยงต้องเข้าใจกิจกรรมที่เขาทำ

Coaching เน้นเรื่องการถาม ต้องมี Consultant หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ

Counselor ที่ปรึกษาทางการแพทย์ ทางด้านหดหู่ให้ดีขึ้น

Coaching จะเป็นลักษณะ Positive Leader และพยายามให้พี่มองคำตอบอีกด้านนึง จนกระทั่งพบคำตอบด้วยตัวเอง (มีอยู่แล้วแต่อาจไม่พบคำตอบ)

- เน้นการเข้าใจศักยภาพของคน

- การตั้งคำถามเสมือนเป็นการกรองข้อมูลเป็นเรื่อง ๆ

- ต้องรู้เป้าหมายของตนเอง

แจกกระดาษ

1. เขียนอุปสรรคปัญหาของการทำงานเป็นทีมที่ GETEC คืออะไรอะไรทำให้ทีมไม่มีประสิทธิภาพ

การรู้ปัญหา เช่น ปัญหาเรื่องการสื่อสาร ไม่ค่อยคุยกันในที่ประชุมแบบเปิดใจ แต่ไปพูดในห้องน้ำ

คนที่เป็น Positive Thinking จะเป็นคนที่ตั้งเป้าหมายได้

ทัศนคติเป็นเพียงมุมมอง เขาตั้งเป้าได้หรือไม่ว่าอยากให้เป็นอย่างไร ให้ลองเขียนว่าการแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสารนั้นเป็นอย่างไร

ให้พูดว่าทำอย่างไรให้เข้าใจ.....

2. ให้เขียนว่าสถานการณ์และอุปสรรคเรื่องทีมนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ทำอย่างไร

ทำอย่างไรให้การพูดในที่ประชุมเป็นเรื่องส่วนรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

เปลี่ยนจากปัญหาที่จุด A เป็นตั้งเป้าหมายที่จุด B แล้วตั้งคำถามว่าทำอย่างไร

สรุปคือ

1. รับฟังปัญหา

2. คิดเป้าหมายเชิงบวก

การทำงานกลุ่ม

แจก Sheet แบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่ม ให้แต่ละคนต่างอ่านบทความแล้วแลกเปลี่ยนไอเดียว่าใครมีความผิดมากที่สุด แล้วให้คุยกันในกลุ่มว่าแต่ละคนคิดอย่างไร ในกลุ่มคิดอย่างไร

เลข 1 คือผิดมากสุด 5 คือผิดน้อยสุด

หญิงสาวคู่หมั้น

ชายเจ้าของเรือ

ชายคู่หมั้น

เพื่อนชาย

เพื่อนหญิง

สรุปคือ

เรื่องการฟังและการเปิดใจฟังเป็นการเปิดการพูดคุย ส่วนใหญ่แต่ละคนตัดสินบนสมมุติฐานของตนเอง

เวลาฟังในสิ่งที่ไม่ได้ยินเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ละคนมีความเชื่อต่างกัน

- คำพูดในการสื่อสารมีผลกระทบแค่ 7 % แต่โทนน้ำเสียงจะส่งผลมากกว่า

- ท่าทีสำคัญมากกว่า การกอดอกหมายถึงการไม่รับฟัง ไม่เอาด้วย การโน้มตัวมาข้างหน้าแสดงว่ารับฟัง การไปข้างหลังไม่เห็นด้วย

- ขอถามว่าหลายครั้งการแสดงออกไม่ตรงกับความที่อยู่ภายใน

- คุณธรรมบางอย่างในตัวกระตุ้น รู้หรือไม่ว่าตัวไหนในตัวเองถูกรบกวน

- เราเชื่อทุกคนเป็นคนดี แต่ต้องดูว่าที่มาเป็นอย่างไร

โมเดลเรื่องภูเขาน้ำแข็ง (What, How ,Why)

กระบวนการคุยอันดับแรก คนที่เป็น Project Leader ต้องสามารถทำงานแทรกซึมในที่ต่าง ๆ ให้คนที่เข้ามาในแต่ละทีม จะต้องบอกว่าทำสำเร็จแล้วได้อะไร

- บริษัทได้อะไร ได้ยอดค้า ได้การเติบโต ชื่อเสียง

- ทีมได้อะไร

- ตัวคนทำได้อะไร

เอากระดาษแจกตามกลุ่ม

1. เลือกคำคุณธรรม 5 ตัวที่สำคัญของตัวเองและ เขียนชื่อตัวเอง

วิธีการหาตัวตน

เราสามารถชื่นชมคนได้จากคุณค่าที่เป็นตัวตนเขาจริง ๆเวลาชมให้ถึงตัวตนลึก ๆ ให้ใช้คำชมที่ว่ายิ่งไปกว่านั้น ให้ชมโปรเจค แล้วให้ชมตัวตนโดยใช้คำว่ายิ่งไปกว่านั้น

พฤติกรรมที่สำเร็จ ต้องพูดถึงตัวตนที่ดีคืออะไร อันไหนต้องปรับ

ตัวอย่าง ลูกเรียนดี ถ้าสอบผ่านชื่นชมว่าเขาเป็นคนที่ตั้งมั่น ตั้งใจ

สรุป คือ การโค้ชชิ่งคือการให้คนเห็นคุณค่าของคนอื่น

การเลือกว่าเราเป็นแบบไหน ให้ลองประเมินตนเอง

1. Certainty /Security/Comfort

2. Uncertainty/Variety/Adventure

3. Love & Connect

4. Significant

…………………………..

5. Growth

6. Contribution

จะทำให้รู้ว่าคนไหนเป็นแบบไหน และจะจัดการอย่างไร ถ้าหาไม่ได้ในงานก็ไปหาอย่างอื่นเพิ่ม