29 เมษายน 2558 วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดย ศาสตราจารย์ ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์

คำกล่าวที่ว่า การปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลง คือ รู้ เห็น และเลือกทำสิ่งใหม่ที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตเป็นสิ่งที่ถูกต้องการมีชีวิตคือการเปลี่ยนแปลงถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็คือตายการปรับตัวขององค์การต้องทำตามการเปลี่ยนแปลงให้ได้ที่ว่าเป็นแบบเป็ดบินได้ว่ายน้ำได้เดินบนบกได้จากหนังสือของ Peter druckerการเปลี่ยนแปลงต้องทบทวน เรื่อง "ประสิทธิผล" ในการทำงาน หลังจากที่ มักจะเน้นแต่ "ประสิทธิภาพ" ข้อแตกต่างระหว่าง ประสิทธิผล และ ประสิทธิภาพ ก็คือ ประสิทธิภาพ คือ การทำงานตามสั่งให้ถูกต้อง โดยใช้กำลังกาย(Manual worker) วัดได้จากปริมาณและคุณภาพของชิ้นงาน ประสิทธิผล คือ การทำสิ่งที่ควรทำให้เป็นผลสำเร็จ โดยใช้ความรู้ (Knowledge worker) ยก ตัวอย่างให้เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม คือ ถ้าพูดถึงการปลูกข้าว ประสิทธิภาพ คือ ผลผลิตต่อไร่สูง ประสิทธิผล คือ ปลูกข้าวแล้วขายได้ องค์กรจำนวนมาก หวังเพียงประสิทธิภาพ แต่มองข้ามประสิทธิผล การตัดสินใจของผู้บริหารที่จะก่อให้เกิดประสิทธิผล จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในแนวคิดระดับสูงสุด แต่มีผลในทางปฏิบัติได้จริงและง่ายที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ หันกลับมามองการบริหารองค์กร ที่ผ่านมา ก็มักพบว่าส่วนใหญ่ ผู้บริหารองค์กรก็มักจะมุ่งเน้นแต่ประสิทธิภาพกันมากกว่าไม่ค่อยเกิดประสิทธิผลประสิทธิภาพ คือ การสร้างภาพ เพื่อโชว์ผลงาน การทำงานพวกนี้ จะเน้น คำสั่ง หลักฐาน คณะกรรมการ รูปแบบการทำงาน การวัดผลที่ปริมาณผลงาน แต่การทำงานที่เน้นประสิทธิผล จะเน้นความรู้ในการทำให้เกิดผลจริง เน้นการลงมือปฏิบัติ เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน คือ ประสิทธิภาพ มักเกิดจากงานประจำ แต่ประสิทธิผล เกิดจากการทำงานที่ต้องใช้ "ความคิด" ให้มี "ผลงาน" ออกมา แบบที่ว่า ประสิทธิภาพ (Do the thing right) และ ประสิทธิผล (Do the right thing)กฟผ.ต้องทำให้เกิดทั้งประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ให้ได้