สรุปสิ่งที่ได้จากบทเรียนวันที่ 29 – 30 เม.ย. 2558

1. วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารการเปลี่ยนแปลง : วัฒนธรรมองค์กรต้องมีการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะ และบริบท ซึ่งการจะทำให้องค์กรสามารถดำรงคงอยู่ได้ต้อง เปิดใจกว้าง รับความคิด พฤติกรรมใหม่ ๆ และต้องมีการเผยแพร่ความคิด พฤติกรรมที่เห็นว่าดี เช่น การยกย่อง ชมเชยเมื่อมีคนทำความดี เป็นต้น ต้องรู้จัก Social เพื่อให้หูตากว้าง องค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันกำลังมีการปรับตัว เพราะจะมองในแง่ธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนึงถึงสังคมด้วยเพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ในสังคม โดยเฉพาะคนในสังคมระดับล่าง ซึ่งเรียกว่าเป็นการทำ Social Management ทั้งนี้ เพื่อให้คนมีความไว้วางใจในองค์กร นอกจากนี้ยังต้องมีการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไปด้วยกัน และอยู่ร่วมเป็นพันธมิตรกันอย่างต่อเนื่อง ในการปรับตัว เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร มีหลักการว่า ต้องเริ่มจาก Leader (ในทุกระดับ) และจะทำอย่างไรให้ทุกคนคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในอนาคต สร้าง Value Constellation และเมื่อสื่อกับ partner แล้วต้อง change facilitators เพื่อให้ทุกคนเปลี่ยนไปด้วยกัน โดยมองเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง กระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน คือ 1. การทำให้รู้สึกถึงความเร่งด่วนที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และประเมินสถานการณ์ด้านต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จ 2. หากลุ่มคนที่กล้า 3. สร้างจินตภาพ / วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ 4. แผ่ขยายการรับรู้และยอมรับในวิสัยทัศน์ใหม่ 5. ขับเคลื่อนการกระทำระหว่างหน่วยงาน กำจัด / ลด อุปสรรค 6. กำหนดเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้ง่าย เพื่อประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งก่อน จึงดำเนินการในขั้นต่อไป 7. ผนึกกำลังผลสำเร็จก่อตัวเป็นคลื่นของการเปลี่ยนแปลง 8. ปลูกฝังแนวทางการทำงานแนวใหม่ให้เป็นวัฒนธรรม ควรให้คนในองค์กรทำงานโดยนำวัฒนธรรมองค์กรมาใช้ให้เป็นนิสัย อันเป็นการนำค่านิยมไปสู่การปฏิบัติ ผู้บริหารทุกคนไม่ควรหยุดคิด เพราะต้องพร้อมที่จะ Change อยู่ตลอดเวลา และควรมีความผูกพันระหว่าง นาย กับ ลูกน้องให้มากขึ้น การจะเปลี่ยนอย่างมีคุณภาพได้ ต้องเน้นไปที่พฤติกรรมของคน

2. การศึกษาดูงาน ณ มูลนิธิชัยพัฒนา : "เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน" เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้หมายถึงการ Anti ความมั่งคั่งร่ำรวย แต่หมายถึงมีความยั่งยืนแบบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ปัญหาของโลกที่เกิดขึ้น มาจากการบริโภคที่เกินพอดี ดังนั้น มนุษย์จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนของชีวิต การพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเน้นทางสายกลาง คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี อันจะนำไปสู่การมีชีวิต มีเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืน

3. เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทย ประชาคมอาเซียน AEC กับผลกระทบและการปรับตัวของกฟผ.

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กล่าวว่า การวิเคราะห์อนาคต เป็นการใช้ Pro – active ส่วนคนที่มองเห็นแค่ปัจจุบัน เรียกว่า Re – active การค้าของไทยกับอาเซียน จะขยายตัวโตขึ้นถ้าไม่มีกำแพงภาษี และเมื่อมีการขยายตัวทางการค้า กลุ่มสินค้าของไทยที่มีราคาสูงกว่าจะอยู่ไม่ได้ และจะมีการ Take Over เขตการค้าเสรีอาเซียน จะทำให้มีคนเข้ามาลงทุนในอาเซียนมากขึ้น มีการส่งสินค้าเข้ามาขายมากขึ้นเพราะประชากรที่จะเป็นลูกค้ามีมากขึ้น คำว่าเปิดเสรีทางการลงทุน หมายถึงการลงทุนที่จับต้องได้ ส่วนการลงทุนที่จับต้องไม่ได้ เช่น IT เรียกว่าเป็นการเปิดเสรีการบริการ ทุกแห่งที่มีเขตการค้าเสรี จะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยการมีการค้าการลงทุน เช่น สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หกเหลี่ยมเศรษฐกิจ เป็นต้น ในอนาคต กฟผ.ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก เพราะคนจะมีความต้องการ (ใช้ไฟฟ้า) เพิ่มมากขึ้น

อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ กล่าวถึงเรื่องพลังงานว่า การใช้พลังงานของไทยยังไม่ดีเทียบเท่าประเทศอื่น ความต้องการใช้พลังงานของอาเซียนจะเพิ่มขึ้น 80 % และจะเป็นผู้นำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น การคาดการณ์เรื่องพลังงานในอนาคตเป็นเรื่องยาก เราจึงต้องดูที่ Demand and Supply ในอดีตประเทศแถบตะวันตกจะมี Demand มาก แต่ปัจจุบันประเทศในแถบอินเดีย และจีนจะมี Demand มากขึ้น ส่วน Supply นั้น เมื่อก่อน ประเทศในกลุ่ม OPEC จะเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ของน้ำมัน แต่ปัจจุบันประเทศที่อยู่นอกกลุ่ม OPEC ได้ประโยชน์มากขึ้นจากกรณีที่ OPEC ลดปริมาณการผลิต เช่น Shell Oil ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น กลุ่มประเทศ OPEC จึงยังคงรักษาโควตาการผลิตไว้เหมือนเดิม และคาดว่ากลุ่ม สหรัฐอเมริกา เช่น Shell Oil จะลดต้นทุนการผลิตลง ในส่วนที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจของไทย นั้น การที่ราคาน้ำมันลดลงจะเป็นผลดี แต่ค่าเงินบาทจะแข็ง โรงกลั่นจะดีขึ้นเพราะค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ค่าก๊าซจะถูกลง กฟผ.ก็จะมีต้นทุนลดลง ส่งผลให้ค่าไฟถูกลง ในอนาคต การคาดการณ์ต่อผลกระทบของกฟผ.หากเศรษฐกิจไม่ดี การขยายตัวของความต้องการไฟฟ้าจะต่ำลง และเนื่องจากปริมาณก๊าซที่ผลิตได้ในประเทศจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำต้องมีการนำเข้า LNG มาขึ้น ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ส่วนโอกาสของกฟผ.นั้น เมื่อการเป็นประชาคมอาเซียนเต็มตัว กฟผ.ควรเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายไฟฟ้า และต้องปรับตัวเรื่องระบบสายส่ง พัฒนาให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น

4. การเยี่ยมชม C- asean Center: จากการเข้าเยี่ยมชมทำให้รับรู้ว่า C – asean Center เกิดจากความคิดของภาคเอกชนเพื่อต้องการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนในการเป็นพลเมืองของอาเซียนในอนาคต (อันใกล้) โดยการเปิดให้มีการเรียนรู้ ทักษะ ของการคิดที่เป็นระบบ มีการเรียนรู้ในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ ในอาเซียน และสิ่งอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเรียนการสอนของการศึกษาในระบบ C – asean Center จัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดทำเป็นห้องสมุดสาธารณะเพื่อการเรียนรู้ และห้องสำหรับรองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่เยาวชน