เยี่ยมมากเลยครับ ไม่กลัวว่าพุทธคุณจะเสื่อมกลัวผู้คนเสื่อมจากพุทธคุณมากกว่า   ที่คือปราชญ์ครับ

                   แต่เรื่องคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ก็มีที่มานะครับ  อาจจะเป็นเพราะว่าแต่ก่อนมีครูบาอาจารย์หมอมนต์หมอผี หมอพราร์ม ท่านต้องปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ วางตนให้เป็นที่เคารพอยู่มากพอสมควร กิริยาอาการบางอย่างก็เป็นข้อห้ามของคน "มีของ"

             การไม่ลอดราวผ้าเป็นการวางตนให้น่าเคารพ การรักษาสิ่งของที่ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อ จำต้องมีพิธีการที่ต่างจากสิ่งของปกติ หรือผู้คนปกติทั่วไป

              เหมือทางเหนือ ห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตพระธาตุ  ไม่ใช่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนแบบหัวชนฝาหรอกครับ   แต่นั่นเป็นภูมิปัญญา เป็นความแยบยลอันหนึ่งที่ไม่ควรดูแคลนและมองข้าม   ตรงข้ามอาจมีปรัชญาบางอย่างแฝงไว้

             ลอดหรือไม่ลอด  ไม่สำคัญ  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ จากงานของผมที่ต้องเดินไปตามหลังคาเรือนในหมู่บ้าน ก็คือ 

            1.  บ้านที่มีระเบียบเรียบร้อยก็ไม่ทำราวตากผ้าไว้ในที่จะต้อนรับผู้คน หรือเป็นทางที่ต้องเดินไปมา

            2. หากไม่เดินลอดไปบางทีเราต้องเดินอ้อมไป  ผมสังเกตว่า ผู้คนที่มีความเชื่อเช่นนี้พอเห็นผมปฏิบัติแล้ว  ดูพูดชื่นชมผมประมาณว่า หมอเขาเป็นคนถือ หมายถึงว่าอาจจะมีครูบาอาจารย์ คาถา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำนองนั้น  

             3. แต่ถ้าไม่ค่อยมีชาวบ้านเดินตามเราผมก็ไม่กลัวหรอกครับที่จะลอดไปเลย พระที่ห้อยคออยู่ ผมก็ยังนับถือท่านแล้วก็นึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ  ไม่มีเสื่อม  แน่นอนอย่างที่คุณเล่ามานั่นล่ะครับ

           ขอบคุณมากที่นำบันทึกนี้มาให้