สวัสดีครับพี่บางทราย
- หากเป็นโครงการของนักการเมือง ผมว่าคนที่นั่งอยู่ในกรมต่างๆ หรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในระดับล่าง ซึ่งเชี่ยวชาญกว่าและลงถึงการปฏิบัติจริง น่าจะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเจ้าหน้าที่ได้หรือเปล่าครับ หากไม่มีหรือโครงการยังไม่ได้ทดลองปลูกแล้วให้ปลูกไปก่อนโดยไม่มีการทดลองแบบนี้ ใครแย่หล่ะครับ ชาวบ้านอีกแล้ว ช้างชนกันหญ้าแพรกก็แหลกลาญใช่ไหมครับ
- ผมว่าต้องทำให้พื้นฐานแข็งแรงครับ อยากรู้เหมือนกันว่าคนพวกนี้จะย้ายให้ไปอยู่ไหน
- ว่าแล้วผมนึกถึงตอนแม่ผมพาทีมงานเกษตรอำเภอไปเดินบุกลุยสวนยางตอนนั้น แล้วก็นึกขำครับ ว่าเค้าจริงใจกับพวกเรามากๆ เลยครับ เข้าใจความเดือดร้อนของเรา แต่หลังจากนั้นบอกว่าจะมาหา หายสาบสูญเลยครับ
- ผมไม่แน่ใจว่าองค์กรเหล่านี้ ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน หรืออยู่เคียงข้างประชาชน หรือมาเป็นแขนขาให้นักการเมืองกันแน่ครับ หากงานล้นมือเพราะต้องเดินสายเยี่ยมชาวบ้านแบบนี้ ผมศรัทธามากๆ นะครับ
- ผมอยากจะมีสักวันครับ ที่คนบอกว่า ออคนนี้เหรอ โครงการนี้ เหรอ ไม่เข้าท่าหรอก อย่ามาเสนอที่นี่เลยกลับไปพิจารณาก่อน พร้อมแถมดินไปให้วิเคราะห์ด้วยหนึ่งกระสอบ ก่อนจะมาบอกว่าให้ปลูกอะไร ส่วนกราฟการตกของน้ำฝนให้ดูเลย ทำอย่างไรให้ชาวบ้านสอนเจ้าหน้าที่ให้มึนกลับสถานที่ทำงานไม่ถูกเลย
- ผมเห็นด้วยนะครับ FOF ที่พี่เสนอ ต่อไปอาจจะมีบริษัทเข้ามาเป็นเพื่อนเกษตรกรก็ได้ครับ ที่ทำงานเป็นมืออาชีพ แล้วรับซื้อสินค้าผลไม้ หรือพืชผล เพราะว่าบริษัทต้องการผลิตผลจริงๆ และมาอยู่เคียงข้างพ่อแม่พี่น้องจริงๆ เหมือนว่าตอนนี้ก็เริ่มมีบ้างแล้วครับ
- ผสมกับปราชญ์ชาวบ้านครับ พอปราชญ์เพิ่มขึ้น องค์กรที่สามารถยุบได้ก็มีมากขึ้นครับ เพราะชาวบ้านดูแลกันเองได้ อาจจะมีโครงการสร้างปราชญ์หมู่บ้าน มีหมอเกษตรหมู่บ้าน หมอดิน หมอน้ำ หมอพืช หมอปลา หมอผลไม้ หมอแมลง และอื่นๆ....
- แบบมีปัญหาเรื่องดินไปหาหมอดิน เอาผลลัพธ์มาเลย ว่าดินแบบนี้ต้องใส่อะไรลงไปช่วยให้ดินสมบูรณ์ ฟื้นฟูดินให้เหมาะสมแล้วก็น่าจะไปได้ระดับหนึ่ง ช่วงแรกอาจจะหนักหน่อยเพราะดินเจอสารเคมีมาเยอะ เมื่อบางองค์กรมีปัญหาก็ยุบได้ครับ แล้วส่งเสริมให้ชุมชนมีรูปแบบเป็นภูมิปัญญาของตัวเอง
- ว่าไปแล้ว ก็ผมมาขี้โม้อีกแล้วครับ.... หากชุมชนเข้มแข็ง นักการเมืองก็ต้องมากราบชาวบ้านและกราบตลอดไป เพราะชาวบ้านคือผู้เชี่ยวชาญทั้งแนวคิดและแนวปฏิบัติ ฝันอีกแล้ว.....
- ขอบคุณมากครับพี่