ความเป็นพ่อแม่,เป็นครู กับ เป็นหมา อยู่ใกล้กันนิดเดียว

1. เมื่อเราสอนคนให้เล่นหมากฮอร์ส หมากรุกเป็น ประสาทวิชาต่างๆให้รู้เชิงยุทธ์ การตั้งรับ เข้าตีปกป้อง วางแผน แนน่นอน เราคือ ครู

2. พ่อแม่ หมั่นเพียรสอนลูกหลาน ให้มีความชำนาญ มีศีลธรรม จริยธรรม มีความรู้ ความสามารถ เพื่อไว้ใช้ต่อสู้ดำเนิน และปกป้องชีวิต วางแผน ชีวิตขั้นต่อๆไปได้ เป็นครู(โดยภาระหน้าที่จากพระเจ้า)

เอาแค่สองสถานะก่อน ว่า นั่นคือ การเป็นครู และ เป็นพ่อแม่ผู้รับผิดชอบแล้ว

3. วันหนึ่ง ศิษย์มีการแข่งขัน(ลูกมีการดำเนินชีวิตเอง เท่ากับแข่งขันในสังคมแล้วนะ) และอีกมิติหนึ่งที่เมื่อครูบาอาจารย์ มานั่งดู(การแข่งขัน กระดานหมากฮอร์ส หมากรุก) ในระหว่างนั่งดู ความเป็นครูบาอาจารย์นั้น ก็ยังคงสภาพอยู่ แต่หากครูบาอาจารย์คนนั้น ทำตัวเอง ที่ไปส่งสัญญาณแนะนำศิษย์ ให้ระวังนั่นระวังนี่ ให้กินตัวนี้ ให้เดินอย่างนั้น ไม่ว่าจะเข้าแทรกหรือส่งสัญญาณทางใดทางหนึ่ง ที่ไม่ปล่อยให้เขาเล่นเอง ครูคนนั้น กลายสถานะในบัดดล กลายเป็น "หมาเห่าข้างกระดาน" ทันที ครับ

และหากลูกที่ไม่สู้ชีวิตเอง ไม่ตื่นไปทำงานในเวลาที่สมควร ไม่ตื่นไปโรงเรียนให้ก่อนเข้าแถว ยังต้องให้พ่อแม่ปลุก นั่นคือ บังคับให้พ่อแม่ซึ่งเคยมีสถานะเป็นครูของลูก ต้องยื่นมือเข้ามาวุ่นวาย เช่นเดียวกับข้างต้น แต่เบื้องต้นนั้นคือ ครูอาจจะทำตัวเอง แต่หากเป็นพ่อแม่เข้ามายุ่ง นั่นคือ "ลูกบังคับ" ให้พ่อแม่ เป็นเช่นกล่าวเตือนนั้นแล.

เทียบกับกาลปัจจุบัน ผู้นำมีพี่เป็นครูโดยระบบจากพระเจ้า. แต่หากยอมให้พี่ชาย มาเขี่ยหมากของตัวเองอยู่ เท่ากับ ปล่อยให้ครู มาเป็นหมาเห่าข้างกระดาน. นั่นคือ การกตัญญูแล้วหรือ. และ คนที่ตื้อมายอมเห่าข้างกระดาน ใยไม่รักษาศักดิ์ศรีของพ่อแม่ หรือ บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เลย. หรือท่านไม่เชื่อเรื่องการเข้านรก หรือสวรรค์. ท่านคิดหรือว่า โลกุตระนี้ คือ สววรค์แล้ว