| วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 06 |
ภาษา-หนังสือ
สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
Re-print "โองการแช่งน้ำและข้อคิดใหม่ฯ" ของจิตร ภูมิศักดิ์ หนังสือคลาสสิคอีกเล่มที่ต้องอ่าน!
"จิตร ภูมิศักดิ์" เป็นนามที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะนักคิดนักเขียนคนสำคัญ ผลงานของท่านมีมากมายทั้งบทความวิชาการ วรรณกรรมและบทกวี ที่โดดเด่นคือผลงานด้านอักษรศาสตร์และประวัติศาสตร์ซึ่งทรงคุณค่า และถือเป็นงาน "คลาสสิค"
แม้จะได้รับการยกย่อง แต่ปัจจุบันผลงานของจิตรกลายเป็นหนังสือหายาก ราคาแพง เพราะเคยถูกสถานการณ์ทางการเมืองกีดกันว่าเป็นหนังสือต้องห้าม เป็นที่ต้องการของนักเล่นหนังสือเก่า แม้บางเล่มจะได้รับการตีพิมพ์ใหม่แต่ก็เป็นส่วนน้อย ผลงานของจิตรจึงยังคงขาดตลาดและไม่เผยแพร่เท่าที่ควร โดยเฉพาะผลงานทางด้านภาษาและวรรณคดี
ด้วยเคารพและศรัทธาในงานของจิตร ภูมิศักดิ์ "สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน" จึงจัดทำโครงการนำผลงานของจิตร ภูมิศักดิ์ กลับมาตีพิมพ์ใหม่อีกครั้ง โดยประเดิมเล่มแรกด้วยผลงานวรรณคดีวิเคราะห์เรื่อง "โองการแช่งน้ำและข้อคิดใหม่ในประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา" รวบรวมบทความของจิตร ภูมิศักดิ์ ที่เกี่ยวข้องกับโองการแช่งน้ำทั้งหมด และพิเศษสุดด้วยต้นฉบับเรื่องโองการแช่งน้ำซึ่งยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อนอีก ๒ ชิ้น
จิตร ภูมิศักดิ์ เขียนวรรณคดีวิเคราะห์เรื่องโองการแช่งน้ำขึ้นในราว พ.ศ. ๒๕๐๕ หรือประมาณ ๔๐ ปีมาแล้ว แต่หนังสือเล่มนี้ยังคงคุณค่าและเป็นหนังสือเล่มสำคัญที่นักศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณคดีต้องอ่าน
โองการแช่งน้ำเป็นวรรณคดีโบราณที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ใช้อ่านในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา หรือพระราชพิธีกระทำสัตย์สาบานต่อกษัตริย์ ซึ่งในพระราชพิธี ๑๒ เดือนระบุว่าต้องกระทำปีละ ๒ ครั้ง ภาษาที่ใช้เก่าแก่สืบเนื่องมาแต่โบราณโดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยิ่งทำให้โองการแช่งน้ำมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น
รสของถ้อยคำและความเก่าแก่ของโองการแช่งน้ำดึงดูดให้จิตร ภูมิศักดิ์ สนใจศึกษาค้นคว้าวรรณคดีเรื่องนี้ตั้งแต่อายุไม่ถึง ๒๐ ปี จิตรได้เคยไปตรวจสอบและคัดลอกจากสมุดไทยดำเพื่อนำมาศึกษาด้วย ดังที่ข้อความตอนหนึ่งในงานชิ้นนี้ที่จิตรเขียนว่า
"...โองการแช่งน้ำที่เรามีฉบับอยู่บัดนี้, ในหอสมุดแห่งชาติ, เป็นฉบับสมุดไทย ราวสักสิบฉบับด้วยกัน และมีฉบับหนึ่งเขียนด้วยตัวอักษรพราหมณ์ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นฉบับของพวกพราหมณ์พิธี ผู้ทำหน้าที่อ่านโองการ เท่าที่เคยตรวจดูอย่างคร่าวๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๙๕, รู้สึกว่าทุกฉบับที่มีอยู่ จะคัดลอกกันไปมา วนเวียนอยู่ในพวกเดียวกันนั้นเอง, ไม่มีฉบับใดที่เก่าแก่กว่ากันกี่มากน้อย..."
กว่า ๑๐ ปีที่จิตรสนใจศึกษาโองการแช่งน้ำ เขาค้นพบว่าวรรณคดีเรื่องนี้แต่งด้วยโคลงห้า ฉันทลักษณ์โบราณที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องท้าวฮุ่งขุนเจือง และสูญหายไปแล้วในปัจจุบัน จิตรได้จัดวรรคตอนของโองการแช่งน้ำเสียใหม่ ค้นคว้าและอธิบายความหมายของถ้อยคำที่ปรากฏจนสามารถเข้าใจวรรณคดีโบราณเรื่องนี้ได้ถูกถ้วนมากขึ้น
คุณค่าของวรรณคดีวิเคราะห์เล่มนี้มิได้หมดลงเพียงเท่านั้น งานชิ้นนี้ของจิตรยังเป็นตัวอย่างของการศึกษาวรรณคดีและประวัติศาสตร์ที่ทลายกรอบความคิดเดิม ขยายพรมแดนของความรู้ให้กว้างไกลออกไปในขณะที่แวดวงการศึกษาประวัติศาสตร์ขณะนั้นถูกจำกัดกีดกั้นอยู่ด้วยกรอบความคิดของนักประวัติศาสตร์รุ่นเก่าและนักวิชาการต่างชาติ โดยเฉพาะข้อวินิจฉัยของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งถือว่าเป็นข้อสรุปสุดท้าย ไม่สามารถขัดง้างหรือโต้แย้งได้
พระวินิจฉัยของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพนั้นหลายประการทำให้เกิดปัญหาในการศึกษาประวัติศาสตร์ เช่น เชื่อว่าประวัติศาสตร์ไทยเริ่มขึ้นในสมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ตามลำดับ และหลักฐานเอกสารที่เก่าแก่ที่สุดของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีอายุแค่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพดานการศึกษาประวัติศาสตร์จึงถูกจำกัดอยู่แค่เพียง พ.ศ. ๑๘๙๓ ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเท่านั้น แม้จะพบว่ากฎหมายหลายฉบับในกฎหมายตราสามดวงระบุศักราชที่เก่าแก่กว่านั้น ก็ถูกปฏิเสธและแก้ไขลดอายุเสียดื้อๆ และทรงอธิบายว่าเป็น "ศักราชกฎหมาย"
พระวินิจฉัยข้อนี้แม้จะมีผู้สงสัยเคลือบแคลงแต่ก็ไม่มีใครกล้าเสนอความคิดขัดแย้งอย่างเต็มปากเต็มคำนัก เมื่อธนิต อยู่โพธิ์ เสนอการคำนวณศักราชใหม่ที่คัดค้านทฤษฎีของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จิตรจึงชื่นชมอย่างมาก และได้สนับสนุนความคิดนี้ด้วยหลักฐานอื่นๆ จำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าสังคมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีพัฒนาการก่อนหน้าการสถาปนากรุงศรีอยุธยาหลายร้อยปี โดยเฉพาะร่องรอยที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องโองการแช่งน้ำ
ในหนังสือเล่มนี้ยังแสดงให้เห็นว่าจิตรน่าจะได้รับอิทธิพลทางความคิดและการศึกษาของนักวิชาการรุ่นใหม่ของกรมศิลปากร เช่น มานิต วัลลิโภดม รวมทั้งความคิดของศิลปินเอกอย่างศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และอาจารย์เขียน ยิ้มศิริ ซึ่งอธิบายประติมากรรมและสถาปัตยกรรมในมุมมองที่ส่องทะลุไปเห็นผู้คนในอดีตอย่างลึกซึ้งมาประกอบการค้นคว้า ทำให้จิตรสามารถศึกษาและทำความเข้าใจหลักฐานต่างๆ ได้รอบด้านและลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น
โองการแช่งน้ำและข้อคิดใหม่ในประวัติศาสตร์ไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ของจิตรจึงเป็นผลงานทรงคุณค่าที่สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันถือเป็นเกียรติที่ได้นำเสนอสู่มือท่านผู้อ่านอีกครั้ง
<div align="right">หน้า 62</div>