ขอบคุณค่ะ พี่คุณนุ๊ย
ทำผ่านไป 3 รายแล้วค่ะ โดยไม่มีโอกาสได้นำกระบวนการเรียนรู้แบบอาทิตย์อัสดงนี่ไปใช้เลย
หลังจากผ่านเหตุการณ์ไป 3 รายจึงไปขอรับความรู้ที่รพ.จุฬากับเพื่อนจิตอาสา
ตามโครงการของพุทธิกาที่เมล์มาให้ทราบค่ะ
ก็ทำได้ตามที่จิตพื้นฐานสั่งเท่านั้นเอง รายแรกเป็นผู้ป่วยHIV น๊อคมาค่ะ
ได้เข้าถึงผู้ป่วย ทั้งปลอบทั้งกอดทั้งนำพาสู่สุขคติ ได้เห็นสังขารที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ได้ฝึกพิจารณาแต่ไม่มากนัก เพราะใจมุ่งหาวิธีให้เขาสงบ และได้ทำความเข้าใจกับญาติที่สุดแสนจะปวดร้าวเพราะไม่เคยทราบมาก่อนว่าเธอป่วย รวมทั้งสามีที่ไม่เอาถ่านเลยไม่ทราบว่าภรรยาจากไปเพราะเหตุใด ท้ายที่สุดเกินความสามารถที่จะสานต่อว่าเชื้อได้เดินทางไปทิสทางใด จบลงด้วยความเศร้าที่ปท.ค่ะ และเธอจากไปในบ่ายวันรุ่งขึ้นด้วยอาการสงบสบายๆค่ะ
รายที่สองลูกสาวลงมาที่ศูนย์แจ้งคุณแม่(อายุ98 )อยากฟังสวดพระไตรปิฏก ในเวลานั้นขอให้ไปสวดให้ฟัง
หัวหมุนค่ะเพราะจำบทสวดไม่ได้ จำได้แต่พระคาถาชินบัญชร แต่ไม่ได้ปฏิเสธ ก็ไปทันที
จำได้ว่าในห้องนั้นมีหนักๆอยู่ 4 เตียง หญิงล้วน ก็ขอคุณยายว่าเราจะเริ่มจากพระคาถาชินบัญชรก่อนได้ไหมคะ
คุณยายลืมตาแสดงการรับรู้และชวนผู้นอนเตียงท่านอื่นๆว่าร่วมกันฟังสวดพระคาถาด้วยกัน ทุกคนยิ้มรับสวดจบก็ชวนกันแผ่เมตตา ที่จริงก็สวดคนเดียวแหละค่ะ ลูกสาวที่อาชีพเดียวกันก็ยืนงง แล้วสัญญาว่าพรุ่งนี้จะขึ้นไปสวดให้ ตอนนี้ขอให้คุณยายทำสมาธิก่อน คุณยายก็ทำตามเพราะคุณยายใช้ชีวิตบั้นปลายกับการเข้าถึงพระนิพพานอยู่แล้วค่ะ
แต่วันรุ่งขึ้นลูกสาวลงมาบอกว่าคุณยายจากไปแล้ว
รายที่สาม ไปประสานงาน ติดตามเก็บงานวิจัยของลูก เขากำลังจากไป เราอยู่นอกเหนือเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ยืนภาวนาสมาธิส่งให้เขาสงบๆ เห็นทีมรักษาทำงานยื้อไว้ตามญาติต้องการแล้ว จิตใจสงบได้ยาก ต้องบอกตัวเองให้ปลงสังขาร ซึ่งก็ลุ่มๆดอนๆ ต้องเรียนรู้และฝึกอีกมากค่ะ
นอกนั้นก็เยี่ยมกันไปกับเพื่อนจิตอาสาตามโอกาสและเวลา