ถ้าไม่คิดมากแล้ว ดูตามความหมายแล้วก็ไม่น่าจะต้องเป็นหัวข้อโต้แย้งกันเลย อสังขตธรรม ก็คือ กฏธรรมชาติ เป็นกระบวนการ หรือสภาวธรรม หรือธรรมชาติที่เป็นไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้มีการปรุงแต่ง ย่อมไม่มีตัวตนไม่มีการเกิดไม่มีการเสื่อมสลายไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ขึ้นกับกาล เพราะมันเป็นเพียงสภาวะหรือกฏ เช่นไฟหรือตัวไฟเป็น สังขตธรรม อันนี้เข้าใจง่าย ส่วนธรรมชาติของไฟ (ไฟนั้นแปล่งแสงและมีความร้อน) หรือกฏของไฟนั้นเป็น อสังขตธรรม เนื่องจาก

ธรรมชาติหรือกฏของไฟนั้นไม่มีการเกิด เพราะไม่มีใครสร้างกฏ ไม่มีแหล่งที่มา มันก็เป็นกฏของมันอยู่อย่างนั้นเอง ที่ว่ามีแสงและร้อน

ธรรมชาติหรือกฏของไฟไม่มีการเสื่อมสลาย เพราะมันเป็นเพียงกฏ เป็นเงื่นไข หรือธรรมชาติของไฟ คือให้แสงให้ความร้อนเสมอ

ธรรมชาติหรือกฏของฟนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเป็นจริงเสมอที่เมื่อใดมีไฟเกิดขึ้นแล้วธรรมชาติของไฟย่อมเป็นไปตามกฏของมันเสมอ

แต่ถ้าดันไปคิดลึกคิดมากว่า มันเป็นธรรมชาติหรือเป็นกฏของมันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้มาปรุงเป็นปัจจัยให้เกิดไฟแล้วย่อมไม่มีธรรมชาติของไฟที่ว่านี้ละก็ มันก็คงไม่เหลืออะไรเลยที่จะเป็น สังขตธรรม

อย่างที่คุณวิเคราห์มาก็ถูกหมด เพราะ ทั้ง นิพพาน นิยาม ปฏิจจสมุปบาท อริยสัจ และ อากาสะ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงกฏธรรมชาติ เป็นสภาวะธรรม หรือธรรมชาติที่เป็นไปอย่างนั้นเอง