"การศึกษาของประเทศเยอรมัน..มี..รากฐาน..มาจาก..คำว่าเรียน..รู้..ตลอดชีพ"..การศึกษาที่มีรากฐาน..จาก..ความเป็นจริงในสังคม..การรักษากฏระเบียบของสังคมต่อความเป็นอยู่ร่วม..เป็นต้น"...ซึ่งประเทศอย่างเราๆ..ให้คุณค่าแค่..ประกาศณียบัตรที่ให้มาโดยมีคะแนนและเงินตราเป็นสิ่งแรกเปลี่ยน(ค่านิยม)..ตรงนี้คือความแตกต่าง..ซึ่งขณะนี้..ก็..กำลังจะเปลี่ยนไป..(เยอรมัน..กำลังเปลี่ยน..รูป..โฉมการศึกษาให้เข้ากับ..อาเชี่ยนและอเมริกัน..กับคำว่า..Bachelor..(และเมื่อใช้..คำนี้..ค่าเล่าเรียน..จึง"แพง"ขึ้น..)

"การศึกษาของประเทศนี้.(เคย).มีเป้าหมาย..ต่อทุกแขนงวิชา.."..ผู้ที่ได้ัรับการศึกษา..คือแรงงานของประเทศ..คือจบแล้ว..มีงานทำ..เสียภาษี..อันเป็นระบบหมุนเวียน..การบริหารประเทศ.."เพราะ..ภาษี..คือระบบกลางที่มีขึ้นเพื่อประชาชนอันเป็นสังคมเพื่อความเป็นอยู่..โดย..รัฐเป็นส่วนกลางของการบริหารและบริการ..ประเทศ..(ตรงนี้..ประเทศเรา..ยังไม่เกิด..และเกิด..ยาก..)...."แอบคิด..ตามประสา..คนแก่..ที่อยู่ประเทศนี้..มานาน..จนลืมเวลา..อ้ะะๆๆสี่สิบปี..เข้าไปแล้ว...(เคยเรียน..เสียค่าเรียน..เพียงห้าเหรียญเยอรมันสมัยก่อน..ค่าอุปกรณ์การเรียนทุกอย่างฟรีหมด...มีบัตรนักเรียนอณุญาติให้ทำงานได้..มีสิทธิ..เท่าเทียมกัน..หมด..กับนักศึกษาเยอรมัน..การประกันสังคม..ว่างงานหรือเจ็บป่วย..ระยะเวลาการเรียน..มีการนับเวลาให้..เมื่อ..รับเงินบำนาญ..เมื่อชราภาพ)..ครั้งนั้น..ได้เลือกเรียนในสาขาจิตรกรรมและปฏิมากรรมซึ่ง..ทางมหาวิทยาลัยให้เซ็นรับรองตนเองว่า..เรียนวิชานี้..ทางรัฐไม่มีงานให้ทำ..(ขำดี)..สวัสดีค่ะ.."ยายธี"