สมัยเมื่อผมเป็นนิสิต จะมีรถบริการรับบริจาคโลหิตของสภากาชาดมาจอดรอหน้าตึก 1 ทุก3เดือน จะไม่พลาดโอกาสได้สละโลหิตกรุ๊ป B+ปริมาณ 300 CC ตลอด 4 ปีเต็ม จำได้ว่าอิ่มเอมเปรมใจทุกครั้ง มีบัตรประจำตัวผู้บริจาคฯคุณพยาบาลใจดีเดินมาพูดคุย ถามไถ่อาการตลอด แสดงความอาทรใส่ใจทั้งในตัวเราและโลหิต ได้ทานโอวัลตินกับขนมและยาหนึ่งเม็ดซึ่งทำให้ถ่ายดำปี๋น่ากลัวจนทีหลังๆเลยงดยา จนเรียนจบกลับไปอยู่บ้าน บัตรฯหาย ไปเริ่มใหม่ ที่โรงพยาบาลจังหวัด ไม่ได้รับความสะดวก เลยลืมๆไป เลิกใส่ใจ
ครั้งสุดท้ายที่บริจาคโลหิต จำได้แม่นคือวันที่ 26 ธันวา 47 เกิดสึนามิถล่มพังงา ภูเก็ตไม่รอให้ใครร้องขอ รู้เองเลยว่าผู้บาดเจ็บขนาดนี้ เลือดเกลี้ยงธนาคารโลหิตแน่ คาดว่าคนคงแน่นสถานที่รับบริจาคที่โรงพยาบาลจังหวัด แต่ที่ไหนได้มีเราคนเดียว บุรุษพยาบาลผู้ทำการฯยังไม่ทราบรายละเอียดของข่าว บอกว่ายังไม่มีการสั่งการเตรียมพร้อมใดๆ เหลียวมองเราเหมือนเป็นเจ้ากระต่ายตื่นตูม จนเสร็จจะกลับก็ยังไม่เห็นใครมารอบริจาค ผมบอกเขาอีกครั้งว่าพี่เตรียมตัวเถอะ ต้องใช้เลือดมากแน่ๆ เขาพยักหน้าเนือยๆ ตอบว่า มากันมากก็รับไม่ได้อุปกรณ์(หรืออะไรทำนองนั้น)ไม่พร้อม
เขียนมาซะยาวเพื่อจะบอกว่า กับบางคน(เช่นตัวผมเองเป็นต้น)ทราบอยู่เรื่องการทำดี การเสียสละ และยินดีทุกครั้ง แต่ก็ยังคงต้องมีการกระตุ้นเตือน การแสดงออกถึงว่าได้รับบริจาคของมีค่า มีการอำนวยความสะดวกต่างๆให้ครบครันก็จะเพิ่มยอดบริจาคได้มากขึ้นครับ