สำหรับผมแล้วขั้นตอนแรกคือ หาอาจารย์ดีๆสักคน จากนั้นกำหนดเป้าหมายว่าจะเล่นพระแนวไหน แล้วไปซื้อพระแท้ๆที่มีการประกันจากร้านที่มีมาตราฐาน แล้วดูลักษณะพระนั้นจนขึ้นใจ แล้วเดินหาในท้องตลาดทั่วไป(ราคาต้องไม่แพง) ไม่เหมือนไม่คบ ถ้าเหมือนก็เก็บกลับมา แต่ถ้าเอามาเทียบเคียงแล้วไม่ใช่ ก็แสดงว่ายังไม่เข้าใจในพระที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งนั่นต้องหมายถึงว่าต้องรู้ว่าไม่ดีตรงไหน อาจจะช้าแต่ดีกว่าสะเปะสะปะครับ สำหรับท่านที่ไม่เข้าใจว่าพระพลาสติกคืออะไร ก็ขอให้อ่านบทความของท่านอาจารย์ละเอียดๆและย้อนหลังไปเรื่อยๆครับ ก็จะเข้าใจมากขึ้น คำว่าพระพลาสติกในความเข้าใจของผมคือพระเก๊ แต่ไม่ได้หมายความว่าพระทุกองค์ที่เก๊ต้องทำจากพลาสติกนะครับ พระเก๊มีหลายระดับราคานะครับ เก๊ฝีมือดีๆราคาขายส่งบางองค์แพงกว่าพระแท้หลักหมื่นเสียอีก อย่างพระสมเด็จเก๊ดีๆ บางองค์ในอดีตก็จัดทำจากพระเนื้อผงที่เซียนมือผีเสาะหามา ว่าเก่าและใกล้เคียง แล้วมาอัดขึ้นรูปใหม่ โดยการถอดพิมพ์พระแท้มา ซึ่งก็แน่นอนลูกค้าก็คือเซียนที่โดนนั่นเอง แต่เมื่อพลาดแล้ว ก็มีความฉลาดและเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นมา ก็เลยกำหนดเงื่อนไขอะไรออกมามากมาย เรียกว่าการ์ดรัดกุมเลย ศึกษาสะสมพระต้องใจเย็นๆ เหมือนเราเรียนหนังสือนะครับ ต้องเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงดร. ก็ใช้เวลาประมาณ 20 กว่าปีนะครับ ไม่ใช่เล่นปุ๊บเก่งปั๊บ ขอให้อ่านและดู ถ้าถามเซียนแล้วบอกว่าเก๊ ก็ให้ถามว่าเก๊ตรงไหน(ปกติเซียนไม่บอกหรือดูพระให้ใตรหรอกครับเพราะไม่เกิดประโยชน์แก่ตนเองครับ ยกเว้นเป็นเพื่อนกัน) ถ้าไม่สามารถชี้จุดที่ผิดได้ ก็อย่าเพิ่งเชื่อถือนะครับ ใช้สมองไตร่ตรอง แล้วลองหาผู้รู้หลายๆท่านมาให้ความเห็นแล้วเปรียบเทียบดูครับ ขอให้โชคดีและสนุกในการศึกษาและสะสมพระเครื่องนะครับเพื่อนๆสมาชิกที่เป็นลูกศิกษ์ของท่านอาจารย์ดร. ส่วนผมก็คงมาคอยให้ความเห็นส่วนบุคคลแบบงูๆปลาๆตามประสากูรูที่ยังไม่รู้จริงครับ.........สวัสดีโชคดีมีพระแท้ๆนะครับ