เห็นด้วยกับชื่อ "โครงการศิลปะเพื่อสันติภาพ" โดยไม่ต้องเพิ่มข้อความชายแดนใต้ครับ

สังคมของเราถูกครอบงำด้วยวัตถุ และที่อยู่เบื้องหลังคือ ระบบคิดหรือโลกทัศน์ ผมเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการต่อสู้กับการครอบงำที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องของรัฐและตลาดที่ลดทอน ผลักไส เบียดขับคนในโลกทัศน์ที่ต่างให้ด้อยคุณค่าลงหรือสูญสิ้นคุณค่าความเป็นคน
ปฏิกิริยาที่รุนแรงใน3จังหวัดเป็นสิ่งที่สังคมควรย้อนกลับมาดูความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมใกล้ตัว

วรรณกรรมบางเรื่องสะท้อนให้เห็นว่า

คนที่บ้าเพราะไม่สามารถทนทานต่อความเลวร้ายของสังคมที่กระทำต่อเขาอย่างรุนแรงไม่ว่าจะโดยการหลีกหนีไม่รับรู้(บ้าในโรงพยาบาล)หรือเป็นปฏิปักษ์อย่างรุนแรง(บ้าดีเดือด)คือคนที่ยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์กว่าคนที่ดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุข     ท่ามกลางความเลวร้ายทางสังคม คนเหล่านี้มีความอ่อนไหวในความเป็นมนุษย์

บางทีพวกเราอาจทนทานต่อขีดขั้นของความเป็นมนุษย์ซึ่งควรจะบ้าได้ตั้งนานแล้วโดยเฉพาะกับโฆษณาที่ไร้มนุษยธรรมที่ข่มขืนความเป็นมนุษย์บนจอทีวี ซึ่งคนที่ยังมีวิญญาณความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่มากไม่จำยอม

จึงไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ควรสงสาร?และควรทำให้เกิดสันติภาพขึ้นในสังคม?