สวัสดีค่ะอาจารย์...อ่านแล้วก็ตกใจที่มีสื่อที่มีความคิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในเรื่องของการจัดการศึกษา ออกมาเผยแพร่ ทุกวันนี้การศึกษาไทยไปไม่ถึงไหนเพราะยังมีความไม่เข้าใจในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ ซึ่งพัฒนามาจากการศึกษาวิจัย ทั้งในประเทศ และต่างประเทศหลายประเทศด้วยกัน รวมทั้งมีความเชื่อมเกี่ยวโยงกับแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่จัดทำด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและยังใช้ผลงานวิจัยเป็นฐานในการจัดทำแต่ละหมวดหมู่ หลายคนภูมิใจในกฎหมายการศึกษาฉบับนี้ ดังนั้นผู้ที่พูดถึงระบบกลไกระดับชาติควรจะมีความรู้อย่างถ่องแท้นะคะยิ่งเขียนออกมาเป็นหนังสือจะเป็นสื่อที่แพร่กระจายได้รวดเร็วมาก ////// ขออธิบายในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษานะคะ การประกันคุณภาพการศึกษา ไม่ใช่เป็นการประกันไม่ให้มีเด็กตก การประกันคุณภาพภายใน มาตรา ๔๘ กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก(กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
๑. การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ (ภาระงานบริหารโรงเรียนทั้ง 4 ฝ่ายตามกฎกระทรวงซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาพ.ศ. ๒๕๕๐)
๒. การพัฒนามาตรฐานการศึกษา (มาตรฐานการศึกษาตามหลักสูตรของชาติ)
๓. การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา(แผน3 ปี ถึง 5 ปี ว่าโรงเรียนจะจัดการศึกษาในแต่ละกลุ่มวิชาอย่างไร?มีโครงการกิจกรรมอะไรรองรับ?เพื่อสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน/งบประมาณและที่สำคัญต้องเป็นไปตามแผนการศึกษาชาติและแผนพัฒนาเศษรฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
๔. การดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา(มีหลักสูตรของโรงเรียน/มีการพัฒนาหลักสูตร/มีแผนงานวิชาการของโรงเรียน/ครูมีแผนการสอน/คณุมีการผลิตสื่อฯ/ครูมีการวิจัยผู้เรียน/มีระบบแนะแนวการศึกษาของโรงเรียน/มีแหล่งเรียนในโรงเรียนและนอกห้องเรียน/มีแหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่นฯลฯ
๕. การตรวจสอบและการทบทวนคุณภาพการศึกษา(มีการนิเทศการศึกษาจากหน่วยงานต้นสังกัด/นิเทศการสอนจากฝ่ายวิชาการของโรงเรียน อย่างสม่ำเสมอ)
๖. การประเมินคุณภาพการศึกษา (มีเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในแต่ละวิชา/มีการประเมินตามสภาพจริงในตัวผู้เรียนในแต่ละวิชาอย่างเหมาะสม)
๗. การรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี(บทสรุป 5 บท Executive Summary ของผู้บริหารโรงเรียนที่ผ่านมาตลอดปีการศึกษาในการบริหารโรงเรียนทั้ง 4 ด้าน วิเคราะห์ (SWOT Analysis) ว่ามีจุดดี จุดด้อย โอกาส ข้อเสียเปรียบอย่างไร? จะต้องแก้ไขปรับปรุงส่วนใด จะต้องพัฒนาส่วนใด /แสดงผลสัมฤทธิ์ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียน/ในแต่ละช่วงชั้น/และในภาพรวม )
๘. การผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษา (จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานและตัวบ่งชี้/จัดประชุม/อบรม/ชี้แจงให้ครูและบุคลากรในโรงเรียนเป็นระยะเพื่อให้ได้ทราบอย่างทั่วถึงและสามารถดำเนินงานตามเกณฑ์การประกันคุณภาพของโรงเรียนได้)
ในแต่ละโรงเรียนก็จะมีเกณฑ์มาตรฐานและตัวบ่งชี้ทางการศึกษาเป็นแนวทางในการดำเนินการและแต่ละสถานศึกษาก็จะความแตกต่างกันไปตามบริบทของโรงเรียน ที่ประกอบด้วย นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน วัสดุอุปกรณ์ งบประมาณฯลฯ ก็ต้องดำเนินการและหยิบยกออกมาบริหารจัดการให้สอดคล้องครอบคลุมกับข้อที่เขากำหนดทั้ง 8 ข้อ *****ตรงนี้หลายสถานศึกษาจะไม่ทำไปตามความเป็นจริงเพราะต้องการเพียงเพื่อผ่านไม่ได้นึกถึงความเสียหายของชาติจึงทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่สามารถนำไปพัฒนาได้ *****ประกันคุณภาพ ไม่มีเด็กตก***** )
การประกันคุณภาพภายนอก มาตรา ๔๙ กำหนดให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษามีฐานะเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการ และแนวการจัดการศึกษาในแต่ละระดับตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน(พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ หมวด ๖ มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา มาตรา ๔๗) (การประเมินจากภายนอกองค์กรที่มาประเมินโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานและตัวบ่งชี้ ซึ่งสถานศึกษาเตรียมพร้อมไว้แล้ว *****เมื่อมาถึงจุดนี้หลายโรงเรียนจึงไม่มีคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน*****)...ขอบคุณค่ะ