นมัสการพระคุณเจ้า...

ขอเสริมแนวคิดของพระคุณเจ้าด้วยอีกข้อหนึ่งครับ..

สมัยหนึ่งเมื่อยังรับราชการอยู่  มีรุ่นพี่ ที่ถูกความไม่เป็นธรรมกลั่นแกลง  พี่ผู้นั้น ชวนผมไปวัดเสมอ ๆ (ร้บราชการที่สกลนคร) กราบเสร็จ  พี่เขามองพระประธานอยู่นาน  นานมากจนอดความสงสัยไว้ไม่ได้  จึงเอ่ยถามพี่เขาว่า พระท่านบอกอะไรหรือ...(ฮา)....

พี่ตอบว่า  ท่านบอกให้อดทน อดทนอีกนิด...(ฮา..กว่า)....

สิ้นคำตอบ ผมก็คิดถึงคำของสมภารกร่าง ในบทประพันธ์ ไผ่แดง ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ทันที...


อันที่จริง การปั้นดิน เป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ เกิดจาก่ความตั้งใจของผู้ปั้นเป็นหลัก  เมื่อปั้นแล้ว ผู้อื่นได้เห็น จึงติชม ตามข้อคิดเห็นและความพึงพอใจของผู้นั้น... ผู้ปั้น จึงปรับแต่งให้สอดคล้องกับข้อคิดติชมเหล่านั้น หรือไม่ก็ยืนยันที่จะปั้นตามใจตน ที่แตกต่าง...

เชื่อว่า ....พระพุทธรุูป ก็เป็นรูปดินที่ปั้นขึ้น ด้วยนัยยะเดียวกัน   

การเพ่งมองพระพุทธรูป เราจึงมองทะลุเห็นใจคนปั้น  เห็นใจคนชม และเห็นความนิยมของยุคสมัย ที่สะท้อนผ่านวัตถุ รูปแบบ และทาทางของพระพุทธรูป

ก่อนกราบพระพุทธรูป  

ขณะกราบ และหลังกราบแล้ว....ยากจะมีคนเพ่งมองในสิ่งที่พระคุณเจ้ากล่าวไว้

แต่ที่สุด ก็มีคนเห็น..