ขอขอบคุณคุณสมพงศ์ เตชะวโร เป็นอย่างสูงครับ ที่กรุณาช่วยเสริมเติมเต็มในเรื่องบริโภคนิยม และช่วยให้กำลังใจ สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาของผมนะครับ ผมใช้สามขั้นครับ ขั้นแรกที่สำคัญที่สุด ต้องแก้ที่ตัวเองก่อนครับ ผมพยายามตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอในเรื่องของหลักพุทธธรรม และกระแสบริโภคนิยม จะแก้ใครต้องแก้ที่ตัวเองก่อนครับ อย่างน้อยตรวจสอบดูว่าตัวเองมีความรู้เรื่องพุทธธรรมเพียงใด รู้แล้วนำไปปฏิบัติใหม เป็นเหยื่อบริโภคนิยมหรือไม่ เพื่ออย่างน้อยตัวเองก็พอที่จะเป็นต้นแบบให้คนอื่นเขาเลียนแบบได้บ้าง ขั้นที่สองผมขยายแนวคิดในครอบครัวครับ ทั้งความรู้และการปฏิบัติตามหลักพุทธธรรรม พอให้ลูกและเมียมีทิศทางไปในแนวเดียวกัน และขั้นที่สาม ผมถึงค่อยๆขยายเครือข่ายไปในผู้คนรอบข้างที่พอคุยกันได้ ที่เขียนบันทึกในนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งครับในการหาแนวร่วม และต้องขอขอบคุณคุณสมพงษ์อีกครั้งครับ ที่อย่างน้อยได้รับรู้รับทราบและร่วมแสดงความคิด แค่นี้ผมก็มีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นแล้วครับตอนนี้ผมกำลังวางแผนนำนักเรียนเข้าค่ายพัฒนาคุณธรรมอยู่ครับ ประมาณ 200 คน แบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นละ 50 คน การพัฒนาคุณธรรมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ แค่เพียงนำนักเรียนไปเก็บตัวที่วัด นิมนต์พระมาเทศน์ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ผมว่าเด็กแทบจะไม่ได้อะไรเลยครับ ตรงกันข้ามอาจจะทำให้เด็กเป็นโรคแพ้วัดไปเลยก็ได้ จุดอ่อนของการสอนธรรมะของชาวพุทธ คือ เราขาดการสร้างโยนิโสมนสิการให้เกิดขึ้นในตัวเด็กครับ เรามักจะสั่งสอนให้จำเสียเป็นส่วนใหญ่ เอาไว้หลังจากที่ผมนำนักเรียนเข้าค่ายเสร็จ (ประมาณต้นเดือนกรกฎา) แล้วผมจะนำมาเล่าให้ฟังครับ