บทสรุปเรื่อง
การตั้งโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน
เทคนิคในการสำรวจรวมความต้องการของชุมชนจากการระดมความรู้ของคณะทำงานด้านงานวิจัยหลาย ๆ ครั้งแล้วสามารถสรุปข้อมูลเพื่อการตั้งโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน ดังนี้
3.1 ช่องทางที่ได้มาของโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน
3.1.1 นักวิจัยต้องเข้าไปหาโจทย์ปัญหาในท้องถิ่นจากแหล่งต่างๆได้แก่
- ผู้นำชุมชน
- ผู้นำศาสนา
- ศิษย์เก่า
- ข่าว/ประเด็น/สื่อ
- พัฒนากรอำเภอ และพัฒนาการจังหวัด
- การสังเกตและรวบรวมปัญหาในชุมชนโดยนักวิจัยออกไปสู่ท้องถิ่น
- ข้อมูลสถิติแห่งชาติ หรือข้อมูลด้านสารสนเทศต่าง ๆ
3.1.2 นักวิจัยควรนำโจทย์จากแหล่งปัญหาและจากการสังเกตของนักวิจัยที่เข้าใจปัญหามาพิจารณาและ (นักวิจัย) ต้องรวบรวมปัญหา เพื่อตั้งโจทย์งานวิจัยให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในชุมชน ดังนั้นจึงสรุปกิจกรรมในการจัดการความรู้ได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
3.1.2.1 กิจกรรมเกี่ยวกับ “การค้นหาความรู้” คณะทำงานสาขาวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ได้รวมตัวกันเพื่อนำโครงการตัวอย่างมาประกอบการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดการนำโจทย์วิจัยที่สนองความต้องการของชุมชนโดยแท้จริงจึงได้นัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมพลังสมองจากประสบการณ์ของอาจารย์ที่เคยทำงานวิจัยด้านต่าง ๆ รวมกลั่นเป็น
3.1.2.2 กิจกรรมเกี่ยวกับ “การเสาะหาหัวข้อโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน” หลังจากการสำรวจความต้องการของชุมชน นักวิจัยจะต้องอาศัยเทคนิคการเสาะหาเพื่อตั้งโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน โดยนักวิจัย ผู้ร่วมวิจัย และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการกับองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อตั้งโจทย์วิจัยในการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับหน่วยงานแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยนักวิจัยต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี
- รวบรวมข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนความรู้จากนักวิจัย และจากการสำรวจความต้องการของชุมชนมาทำการพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ศึกษาปัญหาจากแหล่งข้อมูล เพื่อให้ได้ข้อสรุปโจทย์วิจัยในการพัฒนาชุมชน
- การแลกเปลี่ยนความรู้จากนักวิจัย และผู้มีประสบการณ์จากการประชุมสัมมนา การพบปะนัดหมายในโอกาสต่างๆ ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการนิเทศนักศึกษาสหกิจศึกษา
การประชุมกลุ่มย่อยในการ “การตั้งโจทย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน” ณ SC 1306
การประชุม Km ครั้งที่ 4 (29 เมษายน 2556)
- ศึกษาจากปัญหาในข้อมูลงานวิจัย
- ศึกษาจากการประชุมสัมมนาและรายงานการประชุมกลุ่มย่อย ดัง
- นักวิจัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบควรประชุมหารือร่วมกัน
เพื่อทำให้ได้โจทย์วิจัยที่ตรงกับความต้องการชุมชนจากการดำเนินการข้างต้นแล้วควรได้รายละเอียดจากผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในทีมด้วยจะทำให้นักวิจัยมีโอกาสจะได้รับทุนดีกว่า
เพราะฉะนั้นในการประชุมกลุ่มย่อยต้องมีผู้ที่ได้รับผลกระทบมาร่วมประชุมด้วยจะทำให้ได้โจทย์ตรงความต้องการของชุมชน
ซึ่งสามารถสรุปที่มาของโจทย์วิจัยจาก 2 ช่องทาง คือ
(1) โจทย์เข้าหานักวิจัย
(2) นักวิจัยเข้าหาโจทย์
3.1.2.3 ลักษณะของโจทย์วิจัยเพื่อชุมชนที่ดี
กิจกรรมเกี่ยวกับ “เทคนิคการตั้งโจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชน” ภายหลังจากดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 แล้ว นักวิจัยต้องดำเนินกิจกรรมดังต่อไปนี้ เพื่อจะทำให้นักวิจัยได้โจทย์วิจัยที่ตรงกับความต้องการของชุมชน
(1) ตั้งโจทย์การศึกษาวิจัยให้ครบทุกด้านได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ เพื่อจะได้บรรลุผลตรงตามเป้าหมาย
(2) เชื่อมโยงและบูรณาการองค์ความรู้เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาชุมชนในแต่ละด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ
(3) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม และสามารถพัฒนาต่อยอดงานวิจัยได้อย่างต่อเนื่องที่เพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นกว่าเดิม ก่อนนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน ในเวทีวิชาการในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งจะทำให้ได้โจทย์วิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนที่กว้างขวางและสร้างเครื่องข่ายงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง
- หลังจากนักวิจัยทำการวิจัยเพื่อการพัฒนาชุมชนในชุมชนบรรลุตามเป้าหมายแล้ว จำเป็นที่นักวิจัยต้องบูรณาการปัญหา นวัตกรรมและเทคโนโลยีขยายไปยังชุมชนอื่นๆ เพื่อทำการวิจัยและเผยแพร่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพดีๆ ไปยังชุมชนใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้นักวิจัยได้โจทย์วิจัยอย่างไม่หยุดนิ่ง และมีดัชนีชี้วัดที่เด่นชัดสามารถนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นๆและ
- ประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง