สวัสดีค่ะ คุณหมอสุธี
ดิฉันขออภัยอย่างสูงที่แวะเข้ามาสื่อสารช้านะคะ ดิฉันแวะมาหลายรอบแต่นึกคำตอบได้ไม่ตรงใจ ตั้งใจว่าเมื่อได้คำตอบที่ตรงกับใจที่สุด ก็จะเข้ามาสื่อสารอีกครั้งอย่างตั้งใจ
เพราะคำถามนี้เป็นคำถามสำคัญในชีวิตดิฉัน และดิฉันไม่เคยตอบตัวเองได้เลย การตอบตัวเองไม่ได้ ทำให้รู้สึกเหมือนชีวิตมีช่องว่าง รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง
และคำตอบของคุณหมอ ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันกำลังคิดไปเอง ไปคิดว่าตัวเองขาด ทั้งที่ไม่ได้ขาด .........เพียงแค่เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนคำ และเปลี่ยนความหมาย ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก รู้สึกเข้าใจอะไรๆมากขึ้นด้วย
คงเหมือนที่เขาว่า.... "แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน" กระมังคะ .....แค่เปลี่ยนคำว่า ราก......
เปลี่ยนความรู้สึกจาก "หยั่งยึด" เป็น "เชื่อมโยง"
ดิฉันรู้สึกสบายใจอย่างมาก เมื่อคุณหมอบอกว่า "ราก นั้น หมายถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวเรากับสังกัดใดๆ ที่มันหล่อหลอมให้เป็นตัวเราขึ้นมา" แปลว่าอย่างน้อยๆ คนเราแต่ละคนก็ไม่ได้มีสังกัดเดียว และแต่ละสังกัดก็มีความแตกต่างหลากหลาย อยู่ที่เราจะเรียนรู้ที่จะ"ปรับ" อย่างไรให้ลงตัว ในตัวคนๆเดียว โดยไม่จำเป็นต้องร่ำร้องหาสังกัดใหม่ให้เข้ากับตัวเรา
ดิฉันเคยรู้สึกว่าตัวเองขาดความเชื่อมโยงกับศิลปะวัฒนธรรมของบ้านเกิด และรู้สึกสับสนเมื่อต้องสอนให้นักศึกษารักถิ่นกำเนิด โดยที่ไม่พูดเรื่องศิลปะ และวัฒนธรรมถิ่น อันเป็น ราก คือหมายถึงเป็นความเชื่อมโยง : ) กับพื้นถิ่นเลย
ซึ่งคงเกิดจากภาษาที่ใช้และ วิถี ชีวิตประจำวันด้วย เพราะดิฉันโตมากับภาษากลาง ไม่ใช่ภาษาถิ่น ดิฉันเรียนรู้จากวัฒนธรรมโทรทัศน์ เทปเพลงสากล ภาพยนตร์ฝรั่ง และหนังสือตะวันตก ฯลฯ และวิถีชีวิตไทยแบบประสบการณ์ของชนชั้นกลาง ที่ห่างดินเหลือเกิน (ห่างจนกลัวว่าจะไม่เข้าใจ และกลับไปเข้าใจไม่ได้)
(และดูจากรูป ........คุณหมอก็มิได้ห่างดินอย่างดิฉันนะคะ)
ดิฉันคิดเอาเองว่าเข้าใจวัฒนธรรม(ซึ่งทำนองว่าเป็น)ชนชั้นกลางข้างต้น มากกว่าวิถีอะไรๆประจำถิ่นและสื่อพื้นบ้าน จนกระทั่งต้องมาเป็นผู้สอนอย่างที่เล่าให้คุณหมอฟัง
เมื่อคุณหมอให้ข้อคิด ดิฉันจึงขออนุญาตสรุปตามใจตนในเบื้องต้นก่อนกว่า ดิฉันไม่จำเป็นต้องฝืนเป็น ในแบบที่ดิฉันไม่ได้เป็น
แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้แปลว่าดิฉันตัดขาดกับสิ่งเชื่อมโยงสังกัดเดิม
จะ "ขาด" อยู่ก็แต่ว่า ดิฉันต้องเรียนรู้ "ที่จะเรียนรู้" ให้เข้าใจสังกัดเดิม และเปิดใจกว้างๆที่จะเรียนรู้ "โดยไม่รู้สึกแปลกแยก" และไม่ต้องกลัวว่าจะสูญเสียตัวตนอีกต่อไป จะได้อธิบายเด็กๆได้อย่างสบายใจ และไม่จำเป็นต้องกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับสิ่งที่ตนเองกำลังอธิบาย...........(.เสมอไป.)........
เลยขออนุญาตตู่เอาตามความเข้าใจของตัวเองอย่างผิวเผินเช่นนี้นะคะ .....
และสุดท้ายนี้ ดิฉันอยากเรียนว่าชื่นชมในความเป็น "ครู" ของคุณหมอนะคะ
"หากจะสรุปบทบาทของครูในคำคำเดียว คำๆ นั้นไม่ใช่ สอน แต่เป็นคำว่า เชื่อมโยง"
คุณหมอเห็นและเข้าใจ ในสิ่งที่ดิฉันนึกไปๆไม่ถึง และสรุปเป็นถ้อยคำลึกซึ้งอย่างคุณหมอไม่ได้ แต่ดิฉันรู้สึก "เข้าใจ" บทสรุปสำคัญที่คุณหมอบอก
ทำให้ดิฉันนึกไปถึงเวลาที่คุยกับพ่อนะคะ พ่อเล่าคณิตศาสตร์ของพ่อ ในขณะที่ดิฉัน "ถาม" ด้วยภาษาไทยของดิฉัน และพ่อกับดิฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะ "เชื่อมโยง" เข้าหากัน
ทั้งนี้เพื่อความสมานฉันท์ ต้องเร่งหาจุดเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจระหว่างกันให้เจอ กว่าจะหากันจนเจอ ก็ต้องเปิดอภิปรายกันจนกับข้าวเย็น และแม่ดุแว้ดเอา ถึงจะได้ลงมือทานข้าวเย็นกันอะค่ะ : )
ขอบพระคุณคุณหมอมากๆนะคะ ที่กรุณาให้ข้อคิดที่ดีและมีคุณค่าแก่ดิฉัน และเห็นด้วยกับบรรทัดแรกของความเห็นข้างบน ของคุณหมอมัทนา อย่างยิ่งเลยค่ะ : )