นมัสการค่ะ

ในฐานะที่เคยเรียนด้านการบัญชี การสื่อสารมวลชน และไม่เคยเรียนด้านการตลาด  แต่เท่าที่สังเกตการดำเนินชีวิตของตัวเองและบุคคลรอบข้างแล้วเห็นว่า  การตลาดเข้าและออกไปจากตัวเราตลอดเวลา  ไม่ทราบใช้สำนวนนี้ได้หรือเปล่า   "อยู่คนเดียวระหว่างความคิด อยู่กับมิตรระวังคำพูด"   ซึ่งดิฉันคิดว่านี่คือการตลาดขั้นแรกที่จะแสดงหรือขายออกไป  และจะเห็นผลลัพธ์ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นหากความคิดและคำพูดที่แสดงออกไปไม่ถูกใจหรือไม่ถูกต้อง นั่นคือ การขายเครดิตตัวเอง

การบัญชีหรือการสื่อสาร ก็มีการตลาดปะปนอยู่เช่นกัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ในทุกสายขาดการตลาดไม่ได้  จะเห็นได้จากการจะบอกกล่าวเล่าความใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้าหรือตัวองค์กรใด ๆ หากไม่มีการตลาดเข้ามาช่วยแล้ว ยากนักที่จะมีใครรู้จักซึ่งผลก็คือการกระทำการใด ๆ มักจะปิดตัวลงเสมอ 

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นด้วยในปัจจุบันที่นำพระพุทธศาสนาเข้ามาบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ดียิ่ง  แม้ว่าจริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่มีศาสนาเพื่อดำเนินชีวิตอยู่แล้ว แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องกระตือรือร้นในแต่ละวันเพื่อความอยู่รอดจึงทำให้ลืมตัวไปบ้างกับการเอารัดเอาเปรียบ

ดังนั้น  การนำพระพุทธศาสนาไปใช้กับการตลาด หรือการตลาดกับศาสนา เหมาะสมอย่างยิ่ง  สังคมไทยหรือสังคมโลก หากขาดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตา กรุณา  เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนแล้ว จะเป็นคนได้อย่างไร  การนำศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวกระตุ้นน่าจะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ซึ่งสามารถบูรณาการกันได้อย่างลงตัวทีเดียวค่ะ