ต่อ...........

 ตื่นเช้าขึ้นมา หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็จะต้องเลือกกิจกรรมที่นำความปีติมาให้กับชีวิตเช่นการทำวัตรสวดมนต์เช้าและภาวนาอันเป็นการปฏิบัติสามัคคีธรรมร่วมกับคณะสงฆ์วัดอุโมงค์ซึ่งเริ่มเมื่อเวลาตีสี่ตรงทุกวัน เป็นการรับประทานอาหารใจเพื่อให้การเริ่มต้นแห่งวันเป็นไปด้วยความสดชื่นเบิกบานประดุจดอกไม้ที่บานในยามเช้าเพื่อจะได้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ตอนเช้า ขาวตอนเที่ยง เกลี้ยงตอนบ่าย สบายตอนทำงาน เบิกบานตลอดเวลา

          ภารกิจใดๆ ที่พึงมีเข้ามาก็ทำไปเฉพาะหน้าด้วยสภาวะจิตที่สดชื่น เบิกบาน และเติมความปลาบปลื้มปีตี และความพอใจในทุกหน้าที่การงานที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เพราะการงานทุกอย่างที่มีเข้ามาล้วนเป็นเครื่องมือแห่งการปฏิบัติธรรมอันนำบุญกุศลปีติปราโมทย์ให้เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ดั่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยพร่ำสอนว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม

          งานทุกชนิดที่ทำด้วยสติปัญญา ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมและความรอบรู้เป็นธรรมะตัวนำ ย่อมเป็นการปฏิบัติธรรมได้ทั้งสิ้น การทำงานมีอยู่ที่ไหน การปฏิบัติธรรมก็มีอยู่ที่นั่น ขอเพียงตระหนักและประจักษ์ในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ และเก็บเกี่ยวความรู้สึกที่สงบและปลาบปลื้ม เมื่องานนั้นๆ ผ่านไปทีละขั้นทีละตอน โดยไม่ต้องรอความสำเร็จรวมรวบยอด หรือรางวัลใหญ่ๆ  แต่เก็บเอาความภูมิใจที่เกิดจากการได้ทำงานไปตลอดเส้นทางแห่งการทำงาน

          ความรู้สึกภูมิใจปีติจากการทำงานที่ไม่มีโทษใดๆ แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนและผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์สดใส เป็นที่มาแห่งความสุข ชีวิตที่มีการทำงาน เป็นชีวิตที่มีค่าและนำมาซึ่งความสุข ดั่งท่านอาจารย์ปัญญานันทะได้กล่าวไว้ในการอบรมสั่งสอนสม่ำเสมอว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน บันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน ซึ่งสอดคล้องถ้อยคำสั้นๆ ที่ฟังง่ายได้ความครบถ้วนจากท่านอาจารย์พุทธทาสว่า ความสุขแท้มีแต่ที่งาน

          ถ้อยธรรมของท่านอาจารย์ทั้งสองเน้นย้ำว่า ให้มนุษย์หาความสุขกับงาน อย่าไปหาความสุขกับการดูด (เช่น ดูดกัญชา) ดื่ม (เช่น ดื่มสุรา เบียร์ ไวน์ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด) เสพ (เช่น เสพยาบ้า และยาอี รวมถึงยาเสพติดให้โทษแก่ร่างกายทุกชนิด) สูบ (เช่น สูบบุหรี่) และอบายมุขอื่นๆ เช่น เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร และเกียจคร้านในการทำงาน นอนนาน นั่งนาน กินนาน (เช่น กินอาหารกันตั้งแต่หัวค่ำยันเช้าตรู่) เล่นนาน (เช่น เล่นการพนัน และเล่นเกมส์ต่างๆ อย่าหัวปักหัวปำ)

          การหาความสุขกับงาน ได้รับทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังความคิด มิตรภาพ ประสบการณ์ ผลผลิต ผลงาน เป็นการเกิดมาเพื่อกินเวลา คือใช้เวลาทุกนาทีให้มีประโยชน์ โดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไป จูงเราไปสู่ความตายโดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรซึ่งเป็นการเกิดมาเพื่อให้เวลากลืนกินเรา

          ตรงกันข้ามกับการหาความสุขจากอบายมุข คือ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเสพยาเสพติด เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการทำงาน ซึ่งจะมีแต่ความเสียหายโดยตรงคือ เสียทรัพย์สิน เสียเวลา เสียกำลังกาย เสียกำลังใจ เสียอิสรภาพทางใจ เสียชื่อเสียง สูญเสียการผลิตของชาติ สูญเสียพลังงาน เช่น น้ำและไฟ ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของน้ำและไฟ สร้างมลพิษทางเสียง ทางอากาศและทางจิตใจ เป็นเหตุแห่งความเดือดร้อนวุ่นวายทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ

          ความสุขจากอบายมุขเป็นความสุขไหม้เกรียมที่ได้รับมาไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียที่เป็นผลต่อเนื่องตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

          ส่วนความสุขที่เกิดจากการทำงาน ไม่ว่างานหนักหรืองานเบา ได้รับผลตอบแทนมากหรือน้อย  หรือไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ ที่เป็นวัตถุสิ่งของ เงินทอง ล้วนเป็นความสุขแท้ ที่จะมีผลต่อเนื่องเป็นความสุขความเจริญทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตั้งแต่เริ่มต้นกระทำเรื่อยไป

           ข้อสำคัญต้องวางใจให้ถูกต้องว่าต้องการทำงานให้เกิดความสุขทุกขณะที่ทำงานก่อน  รางวัลหรือผลตอบแทนอื่นใด จะมีหรือไม่มากน้อยเพียงใด เป็นเพียงสิ่งสมมติ แต่ความจริงคือได้ทำงานเสร็จแล้ว การได้ทำงานคือรางวัลชีวิต และการทำงานเสร็จก็เป็นรางวัลชีวิตอีกส่วนหนึ่งที่ควรค่าแก่ความภูมิใจและเป็นสุข

          การทำใจให้อยู่กับปัจจุบันโดยไม่สำคัญมั่นหมายว่าเป็นเรา เป็นของเรา เป็นรากฐานสำคัญของการอยู่กับโรคร้ายอย่างไม่เดือดร้อนทุรนทุราย มองสภาวธรรมทั้งหลายเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดจากเหตุปัจจัย โรคเบาหวาน หรือโรคร้ายแรงล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย เป็นเรื่องกฎของธรรมชาติที่ไหลเรื่อยไปหาสาระแก่นสารที่แท้ไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องของเรา หรือเรื่องของใคร การรักษาดูแลทั้งหลายก็คือ การปรับสภาพเหตุปัจจัยตามที่ทำได้ ซึ่งเมื่อทำแล้วอาจจะกลับคืนสู่ปกติก็เป็นได้ หรือเมื่อปรับแล้วอาจจะผิดปกติก็เป็นได้ สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยที่เหมาะสม

          หรือหากมองแบบแยกส่วนกันจริงๆ การเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นเรื่องมะเร็งกับต่อมลูกหมาก ไม่ใช่เรื่องอะไรของเรา การดูแลรักษาตามเหตุปัจจัยเพื่อให้ส่วนนั้นเป็นปกติก็ทำไปตามเหตุตามปัจจัย แต่การทำหน้าที่ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ประจำวัน  หน้าที่ต่อตนเอง หรือหน้าที่ต่อเพื่อนมนุษย์ ก็ทำต่อไปจนกว่าเหตุปัจจัยจะไม่เอื้ออำนวย

          หากมองความป่วยไข้อย่างแยกส่วนออกมาแล้ว จัดการชัดๆ เรื่องนั้นจะกลายเป็นเรื่องเล็กลงไป แต่เรื่องใหญ่ๆ ของชีวิตที่จะต้องดำเนินต่อไปยังมีอีกมากมาย ก็ทำหน้าที่กันต่อไป ท่านอาจารย์พุทธทาสกล่าวไว้เสมอๆ ว่า ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ แม้เวลาชาวต่างชาติมาสนทนาธรรมกับท่าน ถามท่านว่า ธรรมะคืออะไร ท่านตอบอย่างรวดเร็วว่า Dhamma is duty. Duty is Dhamma.  ส่วนใครมีหน้าที่อะไรก็ทำกันไปให้เต็มที่

          การรักษาโรคทุกชนิด คือการสร้างเหตุปัจจัยให้อวัยวะในส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ทำหน้าที่บกพร่องให้ได้กลับมาทำหน้าที่ตามปกตินั่นเอง

           การทำหน้าที่ของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายดำเนินไปตามปกติ ย่อมทำให้ชีวิตปกติสุข ฉันใด การทำหน้าที่ของมนุษย์ในสังคม ย่อมยังความปกติสุขให้เกิดขึ้นแก่สังคม ฉันนั้น

          การรักษาสุขภาพกาย คือการปรับเหตุปัจจัยให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำหน้าที่อย่างสมดุลเป็นปกติ การรักษสุขภาพจิต ก็คือการสร้างเหตุปัจจัย หรือการปฏิบัติธรรมเพื่อรักษาจิตให้ปกติเช่นกัน เมื่อกายปกติและจิตปกติ ก็จะได้ชีวิตที่ปกติเต็มร้อย แต่หากจะหาชีวิตที่ปกติเต็มร้อยไม่ได้ จงพอใจในชีวิตเท่าที่มีอยู่ และดูแลส่วนที่มีอยู่ให้ถูกต้องดีงามที่สุดตามสติกำลังและเหตุปัจจัยที่มีอยู่เถิด

                          ขอให้ชีวิตทุกชีวิต ที่ได้มาแสนยากและอยู่รอดได้อย่างยากลำบากจงอยู่เย็นเป็นปกติสุขตามเหตุปัจจัยที่ได้สร้างสมกันมานั้นเถิด

          วัดอุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

          9 กุมภาพันธ์ 2556

          เวลา 6.17 น.