สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นอีกหนึ่งคนที่โดนต้มตุ๋นค่ะ โดนหลอกเป็นจำนวนเงิน 16000 บาทค่ะ จริงแล้วมีสินค้าแค่ที่เป็นของชำขายได้แค่ 4120 บาท
คือดิฉันเปิดร้านขายของชำที่ อ. พลูตาหลวง วันที่ 12/1/56 เวลาประมาณ 11.00 น. มีรถ อีซูซุ ทั้งสองคัน มีแครี่บอยทั้งสองคัน และก็มีผู้ชายแต่งตัวดีผอม ดำ-แดง ใส่เสื้อสีฟ้าแขนยาวเหมือนฟร์อมบริษัทแต่ไม่มีโลโก้เดินมายกมือไหว บอกว่ามาจาก บ. ส.สหพัฒน์ (มหาชน) ที่อยู่ 9519 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ 10310(ที่อยู่นี่ลงตามหัวกระดาษ) มีสินค้ามานำเสนอ ครบวงจร พร้อมรายการสินค้าและราคา ซึ่งถูกกว่าร้านส่งทั่วไปที่เราไปซื้อมา ทำให้เราเกิดความสนใจอยากคุยด้วย (เพราะปกติเราไม่คุยกับเซลขายสิ้นค้าถ้าราคาแพงกว่าเจ้าประจำที่เราไปซื้อ) ทำให้พวกเขาได้โอกาสเริ่มแผนการหลอกลวงขึ้น
โดยเริ่มจาก ลงสินค้าตามเงื่อนไขคือต้องลงสินค้าล็อตแรกประมาณ 24000 บาท ตามใบรายการที่เขากำหนดไม่สามารถเลือกได้ แต่ถ้าลงไปแล้วจะสามารถเปลี่ยนคืนเป็นสินค้าตัวอื่นได้ทำให้เราสนใจ ถ้าเราสั่งล็อตนี้จะได้รับการตกแต่งร้านจากทางบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการให้ยืมตู้แช่เครื่องดื่ม ชั้นวางของ ป้ายชื้อร้าน และ ตู้เติมเงินออนไลน์ ช่วยออกค่าไฟฟ้าให้ 30% แต่ออกเป็นของไม่ใช่เงินสด ดิฉันได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งสนใจเข้าไปอีก(แต่ก็ยังคิดหนักเพราะไม่มีเงินมากขนาดนั้น) และที่สำคัญเขาจะได้เครดิตกับบริษัทเขาด้วย แต่เราก็บอกว่าเรามีเงินไม่ถึงหรอกนะเพราะร้านเราเล็ก(แต่ในใจคิดว่าถ้ามีรถมาส่งของราคาถูกขนาดนี้เป็นการดีมาก เราก็ขายของได้ในราคาถูก แถมเราก็ไม่ต้องไปยกขึ้น-ลงเอง ขับรถไปซื้อเอง เพราะแฟนเราทำงานประจำ เราจึงต้องทำคนเดียวทุกอย่างจะไปซื้อของทีก็ต้องปิดร้านไป) เขาก็ส่งคนเป็นหัวหน้าตัวอ้วนๆ ใส่เสื้อสีฟ้าแขนยาวแบบเดียวกับเขา เข้ามาพูดกับเราว่า “เราให้สิทธิพิเศษกับคุณโดยการที่คุณสั่งวันนี้แค่ 16000 บาท ก่อน แล้วสั่งครั้งต่อไป 8000 บาท เราจะนำบิลไปต่อยอดของเก่าให้เพื่อที่คุณจะได้รับสิทธิยืมตู้แช่ ชั้นวางของ ป้ายโฆษณา และ ตู้เติมเงินออนไลน์” ทำให้เราเริ่มไขว้เขวไปอีก
ที่นี้พอเห็นเรานิ่งเขาก็พูดโน้มน้าวต่างๆ เป็นต้นว่า “ถ้าคุณสั่ง 16000 บาท เราจะช่วยคุณโดย อีก2 วันจะเอาของเครดิตพร้อมให้ยืมตู้ต่างๆ ก่อนได้เลย ส่วนเรื่องบิล 8000 บาทจะมาต่ออีกเป็นเดือนหน้าก็ได้” เราก็นิ่งคิดอีกสักพักนึง จนคนผอมเดินไปตามพวกมาอีก ที่นี้เป็นคนอ้วนมากๆ ผิวดำ-แดง พูดเหน่อๆ เข้ามาพูดหว่านล้อมอีกจนเรายอมตกลงที่ยอด 16000 บาท พอเราตกลงก็มีพนักงานยกสินค้าแต่งตัวธรรมดาเข้ามาลงสินค้าให้ หลังจากลงสินค้าเรียบร้อยพวกนั้นก็รีบไปทันที รู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วเพราะคนร้ายได้ทิ้งไว้ให้แต่กระดาษรายการสินค้าที่พิมพ์ธรรมดา ไม่มีชื่อบริษัท หรือหัวบิลที่พอบอกที่อยู่
แล้วจากนั้น พอเราตรวจสินค้าก็เจอรายการสินค้าที่โดนหลอกคือ ลิปสติกส์ เป็นจำนวน 6 โหลๆละ 1980 บาท ซึ่งเป็นเงิน ประมาณ 11880 บาท ที่เหลือเป็นสินค้าที่สามารถขายได้เพียง 4120 บาท เรารีบโทรหาตามเบอร์ที่ได้มา เขาปิดเครื่องหนี้ไปเลย
ที่เจ็บใจที่สุดคือพอเราไปแจ้งความ ตำรวจว่าไม่ได้เป็นเป็นคดีอาญา มันเป็นการตกลงซื้อขายกันเองโดยสมัครใจ ทำได้แต่ลงบันทึกประจำวันไว้ เพราะว่าพวกนี้มันปิดช่องโหว่ทางกฎหมายหมด คือ ไม่ให้ชื่อจริงนามสกุลจริง ให้แต่เบอร์มือถือไว้ 2-3 เบอร์ก็ไม่มีประโยชน์ ชื่อบริษัทและที่อยู่ก็ไม่มีอยู่จริง เราก็เลยบอกว่าเราไม่คิดว่าจะจับตัวพวกนั้นได้แต่ที่เรามาแจ้งเพื่อให้ทางตำรวจได้รับรู้เพื่อจะได้มีวิธีช่วยเหลือคนอื่นไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออย่างเราและก็เรากลัวว่าพวกมันจะยอนกลับมาปล้นหรือทำร้ายเราเพราะเราปิดร้านดึก
ที่นำมาโพสนี่เพื่อให้ทุกๆ ร้านระวังกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้มันทำงานกันเป็นทีมและมากันหลายรูปแบบ ซ้ำร้ายมันมาทำร้ายคนที่หาเช้ากินค่ำอย่างเรา ๆ