สวัสดีค่ะ คุณยาย..ธี

สิ่งที่ คุณยาย. กล่าวมาเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงค่ะ  ร่วมมือกันคนละเล็กละน้อยเท่าที่ทำไ้้ด้  ผลกระทบมีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ   ส่วนของป่าชายเลนอยู่ที่ปลายน้ำ ก็เลยเป็นแหล่งรวมผลกระทบ อีกทั้งระบบนิเวศชายฝั่ง  

ที่ปัตตานี เรามีพื้นที่เป็นหาดเลน ที่มีป่าเลนที่สำคัญค่ะ ยายธี...เราไม่นิ่งนอนใจ ปกป้องไว้และส่งเสริมให้เห็นถึงคุณค่า  ทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ในทุกระดับที่เข้าไปร่วมได้  ทั้งชุมชนรอบอ่าวฯ ในโรงเรียนประถม มัธยม และ มหาวทิยาลัย  นอกจากนี้เรายังเพาะพันธุ์ต้นกล้า และปลูกเสริมให้มากขึ้น เนื่องจากหาดเลนมีเพิ่มขึ้นทุกปี แต่น่าเสียดายว่า ธุรกิจนากุ้งก็ยังขยายตัวในพื้นที่ อย่างน้อยก็ไม่รุกที่มากไปกว่านี้ เพราะก่อนหน้านี้ป่าชายเลนได้ถูกทำลายมากมายค่ะยาย...

เรา...คนในพื้นที่ชายฝั่ง จะช่วยกันรักษาไว้ไม่ให้ ป่าชายเลน เหลือเป็นเพียงนิทานปรัมปราค่ะ...อย่างแนวคิดของนักศึกษาที่ตั้งใจนำเสนอผลงาน โดยใช้ปูแสมเป็นตัวดำเนินเรื่อง  นำไปเล่า/เล่นละครให้น้องขณะทำกิจกรรม  อย่างนี้เรา "ครู" ได้ร่วมกันพัฒนาทั้งพี่นักศึกษาและน้องๆเลยค่ะ ยายธี.. และทำมาต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้วค่ะ เป็นที่น่าชื่นใจในการพัฒนาคนให้อยู่ร่วมกับระบบนิเวศได้ค่ะ  ขอบพระคุณค่ะ ยายธีสำหรับข้อคิดที่เติมเต็มความสมบูรณ์ของบันทึกนี้ค่ะ :-))