สวัสดีครับทุกท่านและพี่บ่าว

  • แถวๆ บ้านผมตอนนี้ทางพลี ไม่ค่อยจะมีให้เห็นแล้วคับ แต่ยังมีร่องรอยอยู่ให้จินตนาการครับ
  • เพราะว่า ทางพลี จะประกอบไปด้วย ดม สองข้างทาง (ดม ไม่ใช่กิริยา ที่ใช้จมูกนะครับ ดมคือ รั้วที่เป็นแนวป่า หรือเรียกว่า ชายดม หรือชายป่า ก็ได้ครับ)
  • ทางพลี จะเป็นทางที่แคบๆ สมัยก่อน เค้าจะมักใช้ในการให้วัวและสัตว์เลี้ยงเดินครับ จะมีพื้นเป็นโคลนครับ นึกถึงเรื่องนี้แล้ว น่าเสียว น่าพองขน เหมือนที่ท่านอาจารย์ อัสสะกอมิ (ผมเดาว่า อาจารย์ ชื่อ อัส.. แล้วบ้านอยู่ สะกอม เลยผสมกันเป็น อัสสะกอมิ อิๆ ถูกผิดเช่นไร รบกวน สาธก ด้วยนะครับ)
  • มาภายหลัง คนก็ใช้ทางพลี ในการเดินไปหากันครับ ทางพลี ว่าไปแล้ว ก็เป็นการเสียสละ ของคนสองข้างแดนครับ นั่นคือ เส้นทางระหว่างพื้นที่ของคนที่อยู่ติดกัน เพื่อเปิดให้บุคคลทั่วไป เดินได้ด้วยครับ ลองคิดดูครับ หากแทนเส้นทางพลี ให้เป็นลวดหนามแทน ปักกลางพลี จริงๆ แล้วคนทั่วไปจะเดินตรงไหนเนี่ยครับ
  • แต่ทางพลี หากยึดเป็นของส่วนตน คงไม่ดีแน่ๆ ครับ บางที สิ่งเหล่านี้ ยังโดนของ ได้ครับ บางคนปวดท้อง ปวดหัว แล้วแต่อาการครับ
  • ดังนั้นทางพลี ควรจะเป็นทางฟรี ให้กับคนทั่วไปได้ใช้ คงเดิมครับ เปรียบเสมือนคันนาครับ ที่ทำให้คนเดินได้ เป็นความใจใหญ่ และแฝงไว้ซึ่งความมีน้ำใจของเจ้าของนาทั้งสองด้านครับ
  • บางทีทะเลาะกันแค่คันนา ฝั่งซ้ายก็ขุดเข้าไป ทางขวาก็ขุดเข้ามา หรือทางใต้เรียกว่า ฉากหัวนา ขุดกันเหลือแค่คันนาบางๆ คนเดินไป คนตกคันนาตาย หนังตะลุงเลยเอาไปหยอกเล่นว่า ต่อไปก็ เฉียง หัวคนกันเลยหล่ะ เพราะดินหมดแล้ว  เฉียง (คำนี้ ให้พี่บาว อธิบายเองนะครับ ว่าคืออะไร)
  • นึกถึงคำถามคุณเบิร์ด พลีชีพ... ทางใต้ก็เรียกว่าพลี จริงๆ ห้าๆๆ มักจะแยกกันด้วยบริบทครับ ว่าจะพูดว่าอะไรครับ 
  • ขอบคุณมากครับ