ขอบคุณครับ สำหรับข้อสังเกต กรณีที่เสนอให้ทุกวัดมีเว็บไซต์นั้น ก็เพื่อประโยชน์ในการสร้างความใกล้ชิดระหว่างวัดกับประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ทำให้ประชาชนทราบประวัติความเป็นมาของวัด ทราบกิจกรรมทางพระศาสนาต่างๆ รวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยพระคุณเจ้าที่อยู่ในวัดนั้นๆ เองด้วย ซึ่งที่มาขอข้อเสนอแนะดังกล่าวส่วนหนึ่งก็มาจากงานวิจัยของพระนิสิต มมร. ซึ่งกระผมได้อ้างอิงไว้ในบทความ ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.ictforall.org

นอกจากนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวของกระผมก็ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงข้อมูลในเว็บของวัด เช่น การเข้าถึงธรรมนิพนธ์ต่างๆ ของเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน, หรือพระธรรมเทศนาของเจ้าคุณพระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรฯ เป็นต้น

ส่วนเว็บพระพุทธศาสนาเองนั้น ปัจจุบันนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ตามผลลัพธ์ที่ท่านสืบค้นได้จาก Google ทั้งนี้ เท่าที่กระผมทราบเว็บไซต์ที่พยายามจะพัฒนาอย่างเป็นทางการ คือ เว็บไซต์ห้องสมุดพระพุทธศาสนาโลก (www.buddhist-elibrary.org) ซึ่งรับผิดชอบโดยทาง มจร. แต่ปัญหาก็คือคนอาจจะยังเข้าใช้งานน้อย

ถ้าจะเปรียบไปแล้วในโลกของอินเทอร์เน็ต ก็เหมือนในโลกแห่งความเป็นจริง คือ เว็บไซต์ทางพระพุทธศาสนาที่มีอยู่มากมาย ก็เหมือนวัด หรือสำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ ที่มีในโลกแห่งความเป็นจริง ส่วนเว็บไซต์ไหนคนจะเข้ามากเข้าน้อยก็แล้วแต่จริตของผู้ใช้ท่านนั้นๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่เรากังวลก็คือเนื้อหาที่เผยแผ่นั้น จะต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากหลักธรรมคำสอนตามหลักพุทธศาสนาแบบเถรวาท เว้นแต่จะระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าคำสอนนั้นเป็นแบบพระพุทธศาสนานิกายอื่น