เรียงความถึงพ่อ
ตั้งแต่เกิดมา ผู้ชายคนแรกที่เราได้เห็นหน้าและเรียกชื่อ แม้บางทีอาจจะเรียกด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำหรืออ้อแอ้ๆก็ตาม แต่ผู้ชายที่เราสบตาและพยายามกลั่นถ้อยคำๆแรกออกจากปากเราเมื่อแรกเกิด คำที่พยายามกลั่นกรองออกมา ณ เวลานั้นคือคำว่า “พ่อ”
ณ วัยเยาว์ ผมเป็นคนที่นอนหลับยากเอาการ ซึ่งในการหลับแต่ละครั้งจะต้องมีความเงียบสงบวังเวงดังป่าช้ามากๆถึงจะหลับได้และสมัยเด็กผมก็มีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่งคือ ก่อนที่ผมจะหลับจะต้องทำพิธีๆหนึ่ง ซึ่งเรียกอย่างเป็นกันเองว่า “พิธีตบตูด” ซึ่งจะต้องทำกันเป็นประจำในทุกๆคืน ในอดีตบ้านผมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า อากาศจะร้อนมาก เสียงดังและเกิดการสั่นสะเทือนง่ายเพราะเป็นพื้นไม้ ซึ่งปัจจัยหลักในการนอนคือ เงียบ เย็น สบาย แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ข้อจำกัดทางกายภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ ไข้หวัดไก่สายพันธุ์ใหม่ เอ๊ย!! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ไข่ เอ๊ย !!! ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เอ๊ย !!! ถูกแล้ว ซึ่งจะนอนตากพัดลมไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องพกพัดไว้พัดก่อนนอนและในทุกๆคืน มือข้างขวาของพ่อจะต้องพกพัดไว้เพื่อพัด โดยเวลาพัดจะต้องมีจังหวะที่สม่ำเสมอ หากไม่สม่ำเสมอผมจะเกิดอาการหงุดหงิดและนอนไม่หลับ ส่วนอีกมือหนึ่งของพ่อจะทำหน้าที่ในการร่ายพิธีตบตูด เพื่อการนอนที่สราญใจของผม
ในทุกๆวันของการเรียนหนังสือ พ่อผมจะต้องไปรับ-ส่งในทุกเช้าและเย็น ย้อนกลับไปตอนอนุบาล ซึ่งโรงเรียนอนุบาลของผมห่างจากบ้านเพียงสิบก้าวเท่านั้น (คุณอ่านไม่ผิดครับ เพียงสิบก้าวเท่านั้น) ทุกเช้าพ่อจะต้องไปส่งผมที่หน้าประตูโรงเรียนทุกวัน ด้วยหน้าตาที่กระตือรือร้นมากในการเรียน (ตรงกันข้ามครับ) ครั้นตอนเย็นพ่อผมทำงานอยู่แถวๆบางเขน บ้านผมอยู่แถวห้วยขวาง โรงเรียนผมอยู่หน้าบ้าน พ่อจะต้องรีบกลับมารับผมด้วยตัวเองในทุกๆครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงผมสามารถกลับบ้านเองได้ด้วยตัวเอง แต่พ่อให้เหตุผลว่า “กลัวรถทับหัวผม” จึงต้องมารับด้วยตนเอง เมื่อผมเรียนจบอนุบาลสาม ผมก็ได้ไปเรียนต่อโรงเรียนที่ไกลจากบ้านไปอีกนิดนึง ซึ่งก็อยู่แถวๆบ้านเช่นเดิม พ่อก็ไปรับไปส่งผมเช่นเดิม ในใจของหนุ่มน้อยผู้ห้าวหาญอยากที่จะเผชิญการใช้ชีวิตเท่ๆด้วยตัวเองคนหนึ่ง ซึ่งในสายตาของเพื่อนและครูบาอาจารย์ ณ ตอนนั้น ผมได้รับฉายาอย่างมากมายซึ่งในตอนเด็กๆไม่อยากจะได้รับเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นลูกแหง่บ้างล่ะ ไข่ในหินบ้างล่ะ บางครั้งผมก็เขินอายบ้าง เวลาที่พ่อผมไปรับอาจจะมีการนัดจุดรับส่งกัน เพื่อให้ปลอดสายตาผู้คน (เสมือนเป็นการส่งยาเสพย์ติด) ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีใครเห็น ในบางครั้งที่ผมเจอผู้คนหรือเกิดอาการอายมากๆ ผมก็เปรยๆออกมาโดยมีความหมายโดยนัยว่า “ไม่อยากให้พ่อมารับเลย อายเพื่อนเค้า” บางครั้งผมก็รู้ว่า พ่อเกิดอาการน้อยใจเพราะพ่อห่วงและรักผมมาก แต่พ่อก็จะบอกว่า “อายเค้าทำไมล่ะลูก บางคนเค้าก็อยากให้พ่อเค้ามารับจะตายนะ” ซึ่งอาการเขินอายของผมบางทีก็จางหายไป แต่บางทีก็ยังคงอยู่ซึ่งแล้วแต่อารมณ์และปัจจัยต่างๆ และเป็นเช่นนี้มาเรื่อยๆไม่ว่าผมจะศึกษาอยู่ใน ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษาหรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน ซึ่งแม้ผมจะขับรถเป็นแล้วก็ตาม พ่อก็คงยังห่วงในการขับรถของผม บางคราวที่พ่อขับรถให้ผมนั่ง
ผมมักจะถามพ่อว่า “เหนื่อยไหมพ่อ มาเอสขับเอง”
พ่อมักจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า “ไม่เป็นไร พ่อขับรถให้เอสนั่งได้เรื่อยๆแหละ พ่อชอบ”
และก็เป็นเช่นนี้เสมอ
ไม่ว่าผมจะเจอปัญหามากมายร้อยพันปัญหา เรื่องราวทุกข์ร้อนใจต่างๆ ชายคนเดียวที่สามารถรับฟังปัญหาได้ทุกปัญหา แม้จะแก้ไขได้บ้าง ไม่ได้บ้างก็ตาม ชายที่ให้ทุกอย่างและสามารถแปลงร่างเป็นทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
“คนรัก” ที่จะไม่ทิ้งกันเมื่อยามเราตกยาก
“อาจารย์” ที่สั่งสอนลูกศิษย์ที่ดื้อรั้น โดยไม่ต้องเสียค่าเทอม
“เพื่อน” ที่ไม่ต้องกลัวว่าถ้าเรานิสัยแย่ๆ แบบนี้ยังจะคบเรารึเปล่านะ
“พี่” ที่คุ้มครองและปกป้องน้องชายได้ในทุกๆสถานการณ์
“พนักงานขับรถชั้นเยี่ยม” ที่พร้อมทุกสถานการณ์และขับขี่อย่างปลอดภัยทุกๆที่ ที่เราอยากจะไป
“ตู้กดเงินสดอัตโนมัติ” ที่ไม่ต้องใสรหัส กลัวยึดบัตรแต่อย่างใด
“พ่อครัวหัวป่าก์” ที่ทำอาหารชั้นเลิศให้รับประทานโดยไม่ต้องจ่ายเงิน
“แม่บ้าน” ที่ปัดกวาดเช็ดถูอย่างสม่ำเสมอโดยไม่บ่นว่าถึงความสกปรก ฝุ่นคือปรปักษ์ตัวยงของพ่อผม
“ช่างซ่อมอุปกรณ์” ที่สามารถซ่อมท่อแตก โทรทัศน์เสีย หลังคารั่ว ไฟดับและอื่นๆอีกมากมาย โดยมีสโลแกน
ว่า “ช่างอื่นอย่าได้แย่งหน้าที่ของพ่อผม”
“พนักงานรักษาความปลอดภัย ประจำบ้าน” ที่ไม่ว่าจะดึกดื่นเพียงใด สามารถอยู่ในบ้านอย่างปลอดภัยได้ โดยไม่ต้องพะวงสิ่งใด
ผมนึกถึงเพลงๆหนึ่งได้ จึงขออนุญาตนำเนื้อเพลงมาให้ได้อ่านและซาบซึ้ง โดยในทุกครั้งที่มีคำว่า “เธอ” ในบทเพลงให้นึกถึงหน้าพ่อ เพราะเท่าที่ผมเกิดมาบนโลกนี้ เพลงนี้เหมาะสมกับพ่อมากที่สุดและขอมอบเพลงนี้ให้กับพ่อนะครับ
………………………………………………………………….
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้า อยู่ในสนาม บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามี “เธอ”
เพราะเธอคือที่พักพิง คือทุกสิ่งที่มีความหมาย เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้ เรื่องร้ายใดใดไม่เกรง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอะกับเรื่องราวที่ใครข่มเหง แต่ฉันเอง…ไม่คิดกลัว
จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่ เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉัน จริงจริง เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน
ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไร ฉันยังคงมีแต่เธอเต็มความหวังและความ เข้าใจ
พร้อมจะเก็บ ทุกสิ่ง ทิ้งความสุข ทุกอย่าง และจะทำทุกทาง เพื่อบ้านหลังนี้
ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทราย ต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ก็ล้วนแต่มีคำถาม บ้านนี้จะงามอย่างไร ถ้าไม่มีเธอ
ก็เพราะว่าใจของเธอคือ บ้านของฉัน
………………………………………………………………….
“ผมรักพ่อครับ”