เรียน อ. วิจารณ์
ผมเห็นด้วยกับ อ. ธวัชชัยครับ การเปิดเสรีทางข้อมูลข่าวสารมีผลโดยตรงต่อการจัดการความรู้ที่อาจารย์กำลังทำอยู่ครับ
ความรู้ไม่ได้ล่องลอยอยู่ในโลกของนามธรรม หรือในความคิดของใครคนหนึ่งครับ อันนี้เป็นความหมายของ "ความรู้" ตามหลักของปรัชญาด้าน epistemology ครับ แต่คำว่า "ความรู้" ในแง่ของการบริหารจัดการความรู้ต้องเป็นรูปธรรม สามารถใช้เป็นต้นทุนเพื่อบริการกิจการขององค์กรได้
และความรู้ในแง่รูปธรรมนี้ หากไม่อยู่ในรูปของหนังสือตำรา ก็ในรูปของการพบปะหรือประชุมกัน แต่ปัจจุบันนี้ยอมรับกันว่า IT มีบทบาททั้งเป็นตำรา และเป็นที่ที่เกิดการประชุมกันครับ
นั่นคือความรู้ที่เป็นรูปธรรมกับ IT นั้นแยกกันไม่ออกครับ เรามองอย่างนี้ก็ได้ว่าความรู้รูปธรรมเป็นเหมือนต้นทุน เหมือนกับทรัพยากรทางการเงินที่เป็นต้นทุนให้องค์กรธุรกิจ
แล้วหากมีฝ่ายหนึ่งกักเงินเอาไว้ เช่นฝ่ายบัญชีกักเงินเอาไว้ ไม่ปล่อยให้ฝ่ายอื่นๆเอาไปใช้ในกิจการของบริษัท บริษัทจะไม่เจ๊งทนไหวหรือครับ?
ทำนองเดียวกัน หากประเทศ โดยกระทรวงไอซีทีกักต้นทุนสำคัญได้แก่ความรู้ที่อยู่ในรูปข้อมูลสารสนเทศ ไม่ปล่อยให้ฝ่ายอื่นๆใช้ประโยชน๋์ ประเทศจะไม่เจ๊งหรือครับ?
กระทรวงไอซีทีอาจอ้างว่า ที่เรียกว่าเป็น "ความรู้" นั้นไม่มีประโยชน์ ไร้สาระ ฯลฯ แต่เรื่องนี้กระทรวงตัดสินฝ่ายเดียวได้หรือครับ?
และ่หากเป็นอย่างนั้นจริง สิ่งเหล่านี้จะไม่มีบทบาทอะไรเลยในการจัดการความรู้ เพราะเป็นต้นทุนด้อยคุณภาพ การกักเอาไว้แปลว่าสิ่งเหล่านี้มีค่าอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่งใช่มั้ยครับ?
หากเป็นต้นทุนด้อยคุณภาพจริง ก็ย่อมไม่มีใครเอาไปใช้ หรือสนใจครับ การคัดกรองข้อมูลที่ด้อยคุณภาพ ควรเป็นเรื่องของสมาชิกของอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ไม่ใช่กระทรวงไอซีทีคิดแทนคนอื่นครับ
ด้วยความเคารพอาจารย์เสมอครับ
โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย