การตลาดมีไว้เพื่อชักชวนคนให้เข้ามาสัมผัสสินค้า การที่จะเลือกบริโภคหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับระดับของความสุขของคนคนนั้นว่าเขามีความสุขอยู่แล้วหรือไม่ เขาต้องการหาความสุขจากสิ่งภายนอกอีกหรือไม่ หากเขายังขาดเขาก็จะเลือกบริโภคสินค้านั้น หากเขาเต็มอยู่แล้วเขาก็อาจไม่รับหรือเพียงเก็บไว้เป็นความรู้เสริม
เมื่อเข้ามาสัมผัสก็ต้องดูว่าคนคนนั้นมีปัญญาพอจะวิเคราห์ว่าสินค้านั้นดี สมควรใช้ จำเป็นไหม เหมาะกับตัวเราหรือเปล่า
ที่สำคัญคือคนที่ทำการตลาดคงต้องรู้ว่าทำเพื่ออะไร เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษยชนหรือเปล่า หรือเพียงเพื่อตนเอง
การตลาดนั้นเป็นกลางเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าคนเผยแพร่กับคนรับมีปัญญามากแค่ไหนในการใช้เครื่องมือนั้นค่ะ
เห็นด้วยที่พระอาจารย์บอกว่าการตลาดเป็นเพียงเครื่องมือของศาสนา และหวังว่าคนที่ใช้เครื่องมือนั้นจะใช้เพื่อประโยชน์ของศาสนาอย่างแท้จริงค่ะ
กราบนมัสการขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ