Blank ขอบคุณค่ะ น้องศิลา

 

เป็นความอบอุ่นที่ระลึกขึันมาคราวใดก็ ขำ ๆ ค่ะ

 

พี่ชอบเขียนจดหมายด้วยมือ ส่งให้ลูกแม้ว่าจะไปถึงช้าสักหน่อย

อยากให้ลูกได้รับรู้ถึงความรู้สึกแบบ รอคอย และละเลียดอ่านจดหมายอย่างช้า ๆ อ่านซ้ำ หรือใคร่ครวญ ไตร่ตรองไปด้วย

แม่เคยถามเขา ลูกชายว่า โอเคไหมลูก เวลาได้รับจดหมายแม่เป็นอย่างไรบ้าง

คำตอบของเขา ทำให้เราชุ่มชื่นใจค่ะ

 

เขาตอบด้วยการเล่าเป็นซีน ๆ ว่า

"เมื่อคุณครูประจำห้องน้องหยิบซองจดหมายขึ้นมา จะมีเพียงสองคนประจำเท่านั้นครับแม่ที่ มีจดหมายแบบนี้มาถึง"

"เพราะฉะนั้นจึงลุ้นกันครับ ว่าเป็นของใครระหว่างน้องและหมูแฮม"

"ถัดจากนั้น ถ้าเป็นของน้องนะ น้องจะเดินช้า ๆ ไปรับมาจากคุณครู"

"น้องยังไม่อ่านในห้อง prep นะแม่ น้องจะทำการบ้านให้เสร็จก่อน"

"เก็บไว้อ่านหลังสวดมนต์กลางคืนก่อนนอนเสร็จ จะได้อ่านช้า ๆ "

.....

 

ชุ่มชื่นใจด้วย มั้ยคะ

 

ตอนนั้นเขาเรียนประจำที่ วชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯค่ะ

เรียน กินนอนและเล่นกีฬาอยู่ในโรงเรียน สัปดาห์เว้นสัปดาห์จึงได้กลับบ้านสองวันสองคืน ทางโรงเรียนให้ผู้ปกครองไปรับบ่ายของวันศุกร์และพานักเรียนส่งกลับโรงเรียนบ่ายของวันอาทิตย์ค่ะ

เป็นแบบฝึกหัดแรกของการ จาก พรากกันระหว่างเรา..สามคน

 

แม่จำได้ว่า ผ่านช่วงวันเวลาเหล่านั้นมาอย่างยากและลำบากในช่วงต้น แล้ว เราทั้งสามคนก็ปรับตัวได้ในที่สุด

 

โดยไม่รู้เลยว่า เป็นจุดเริ่มที่ทำให้เราแกร่งขึ้นเมื่อต้องห่างกันเกือบทั้งสองปี ในช่วงล่าสุดนี้

 

คงได้มีเวลาเขียนบันทึกบ้างค่ะ

โรงเรียนประจำก็เป็นห้องเรียนในฝันอีกแห่งหนึ่งค่ะ

 

ขอบคุณอีกครั้งที่แวะมาให้กำลังใจ ขอบคุณค่ะ