• สวัสดีค่ะ อาจารย์หมอ ป. Blank ช่วงนี้เดินทางไปต่างจังหวัด เลยยังไม่มีโอกาสได้ตอบความเห็นของคุณหมอสักที และก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันตรงที่คุณหมอยังต้องอ่านถึงสองครั้งและชั่งใจว่าจะตอบจากประสบการณ์ตนเองหรือตอบแบบมายืนตรงจุดที่ศิลามอง  ซึ่งในการตอบ ก็ต้องรอให้สมองโล่งว่างจากงานที่ทำให้มึนมาทั้งวันก่อนและอ่านความเห็นของอาจารย์หมอ ป. ถึงสองครั้งเป็นอย่างน้อย
  • การที่เรามีปฏิกริยาบางอย่างที่ต่างไปจากที่เป็นตามปกติวิสัยบางครั้งอาจจะมาจากอารมณ์โกรธ กับอีกกรณีหนึ่งคือการแสดงออกเพื่อปลุกให้คนอื่นตระหนักในหน้าที่ของตนเอง
  • ขอยก George Gurdjieff มาเป็นตัวอย่างเล่าเรื่องนี้ ความทรงจำเกี่ยวกับท่านอาจจะลางเลือนสักหน่อยนะคะ เท่าที่ทราบคือท่านเป็นปรมาจารย์ด้านจิตวิญญาณช่วงกลางศตวรรษที่ ๒๐ ที่มีอิทธิพลมากและแนวการสอนของท่านทำให้ศิลารู้สึกว่าได้ประโยชน์ โดยเฉพาะแนวคิดที่มองว่ามนุษย์ทุกวันนี้อยู่ในสภาวะของการหลับไหลทั้งที่ยังตื่นอยู่ และท่านก็จะมีวิธีการแปลก ๆ ที่จะสอนให้คนเราตื่นรู้จริง ๆ จากการหลับไหลทั้งที่ยังตื่นอยู่นั้น เช่น การทุบโต๊ะทำให้คนอื่นตกใจ เป็นสภาวะที่รู้ตัวชั่วขณะ เห็นความตกใจของตัวเอง
  • ในทางพุทธ ก็คือการวิปัสสนา ตามรู้ ตามดู ทำให้เราตื่นเป็นขณะ ๆ
  • ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ทราบว่าคือคำตอบหรือเปล่า แต่ถือว่าเป็นการทบทวนตัวเองของผู้ตอบไปด้วยก็แล้วกันนะคะว่าขณะที่ไม่มีสติ หลังจากนั้นรู้ทันหรือเปล่า
  • จะว่าไปแล้วแนวคิดของท่าน George Gurdjieff ศิลาได้นำมาใช้ในชีวิตการทำงานหลายกรณี เพื่อปลุกให้ตัวเองและคนรอบข้างที่ต้องเกี่ยวข้องตื่นด้วย ส่วนจะตื่นตระหนกหรือตื่นตระหนักกันแน่นั้น ก็ต้องลุ้นกันค่ะ ขออย่าให้ตื่นตกใจเป็นพอ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เราก็จะต้องกลับมาดูตัวเองว่าโกรธหรือเมตตาค่ะ และก็ยังเป็นผู้อ่อนหัดที่กำลังฝึกฝนอยู่นะคะ หากให้ความเห็นแล้วผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยค่ะ 
  • ขอบพระคุณมากค่ะที่มีคำถามให้ขบคิดและทบทวนตัวเองไปด้วย
  • ด้วยความศรัทธาค่ะ