สวัสดีค่ะ คุณหมอสุธี

ดิฉันเห็น Final Score นึกว่าเป็นบันทึกวิจารณ์หนัง   พอเห็นย่อหน้าสรุปที่ตรงใจ(อย่างที่เคยคิดมานาน)นี้เข้า  ทำให้ดิฉันต้องจองบันทึกไว้เลย..ว่าหลังเสร็จประชุมแล้วต้องมาสื่อสารแน่ๆ 

"เด็กไทยโดยเฉพาะลูกหลานชนชั้นกลาง (รวมดิฉันด้วย)ไม่ค่อยมีทักษะในการดำเนินชีวิตในรูปแบบอื่นๆ นอกจากการอยู่ในเมืองใหญ่และ  มีพ่อแม่คอยประคบประหงม จึงไม่รู้จักความเชื่อมโยงไปสู่คนกลุ่มอื่นๆ ในประเทศ      และที่สำคัญคือไม่รู้จักตัวเอง"

ที่คุณหมอพูดข้างต้นตรงใจจังเลย... 
ดิฉันกำลังวิ่งหารากของตัวเองอยู่ค่ะ  และได้คำตอบว่ารากเราอยู่ที่หนึ่งก็จริง   แต่ลำต้น ดอก ใบ เปลี่ยนไปแล้ว  ตามสภาพแวดล้อมอีกชุด ที่ไม่ใช่ชุดที่อยู่กับดิน

ดิฉันเป็นครูและต้องสอนคน  ถ้าคนสอนยังไม่รู้ว่ารากของตัวอยู่ที่ไหน  ก็ไม่รู้จะสอนผู้อื่นให้ตระหนักในรากของตนได้อย่างไร  หนักใจอยู่เหมือนกัน

คำตอบของ อ.มัทนา ที่สรุปได้ว่า

          "หากเรามีโอกาสได้ไปเห็นโลกกว้่่าง  หรือไปไหนก็ได้ที่ต่างไปจากที่เคยอยู่   ได้เห็นความหลากหลายว่าคนอื่นเป็นอย่างไร ได้เทียบกับสิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้    แล้วได้กลับมามองดูตัวเองว่าเราคือใคร เราต้องการอะไร    แล้วเราเกี่ยวโยงกับคนกลุ่มอื่นๆอย่างไร   และคิดสะท้อนย้อนถามตัวเองบ่อยๆ น่าจะทำให้คนเรารู้จักตัวเองดีขึ้น"

ทำให้ดิฉันเห็นมุมมองอะไรบางอย่างชัดขึ้นเยอะ 
การสนทนาของคุณหมอสุธีและคุณหมอมัทนาทำให้ดิฉันตระหนักถึง "ราก" ของตัวที่ซ้อนกันอยู่ค่ะ 
(สงสัยจะได้สะท้อนความคิดตัวเองยาวๆอีกบันทึกอะค่ะ อ.มัท)

ขอบคุณคุณหมอทั้งสองท่านมากนะคะ   : )