สรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ประเด็นความรู้ : ประเด็นการจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานวิจัย
หัวข้อการจัดการความรู้ : การจัดทาแผนงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
วันเดือนปีที่ดาเนินการ : 18 พฤษภาคม 2555
สรุปองค์ความรู้ที่ได้ :
1. การจัดกลุ่มของกลุ่มนักวิจัยให้สอดคล้องกับกลุ่มของชุมชน โดยการเข้าหากลุ่มชุมชนเพื่อจะได้ทราบปัญหาและความต้องการอย่างแท้จริงของชุมชน จัดกลุ่มชุมชนต่างๆ ทั้งในกลุ่มเกษตร อุตสาหกรรม บริการ และแบ่งแยกองค์รวมในมิติต่างๆ ดูกลุ่มนักวิจัย บุคลากรในมหาวิทยาลัยที่เชียวชาญในกลุ่มต่างๆ และจับกลุ่มให้สอดคล้องเข้ากับชุมชน นางานวิจัยที่เคยตีพิมพ์กลับมาใช้งานในสังคมร่วมกับสร้างผลงานวิจัยใหม่ที่สามารถนาผลงานวิจัยมาใช้กับชุมชนได้ ผลที่ได้รับคือ การได้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัยทาให้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ได้ผลงานวิจัยที่นาไปใช้ได้ในชุมชน ผลงานวิจัยนาไปสร้างชื่อเสียงทางวิชาการให้กับมหาวิทยาลัย
2. กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research/PAR) คือ การวิจัยที่มีกระบวนการวิจัยที่มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในชุมชน/หรืออาจจะต้องเน้นงานวิจัยในลักษณะ R&D (Research and Development) โดยมีเทคนิคที่สามารถประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์และความเหมาะสม เช่น PRA Mind mapping, Focus group, Brain storming, การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นต้น ซึ่งมีนักวิจัยหรือผู้อานวยการเป็นผู้ประสานงาน โดยให้ชุมชนร่วมกันคิดประเด็นปัญหา ร่วมวางแผน ร่วมดาเนินการ ร่วมประเมินผลและร่วมรับผลประโยชน์ร่วมกัน และบูรณาการการบริการวิชาการสู่ชุมชน เพื่อทราบปัญหาและความต้องการของชุมชน ทาให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความต้องการของชุมชน และเกิดผลกระทบซึ่งบวกหรือประโยชน์สู่ชุมชน นอกจากนี้ยังเกิดผลผลิตที่เอื้อต่อชุมชน เช่น สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนจากการพัฒนาชุมชนในภาพรวม ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของรู้สึกของการทางานมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหาของตนเอง และมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ชุมชนได้ค้นหาปัญหาชุมชนและความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
3. ศึกษาปัญหาและความต้องการของชุมชนและคลินิกเทคโนโลยี โดยลงพื้นที่ชุมชน ตั้งประเด็นปัญหาให้สอดคล้อง หาแหล่งทุนที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชน การพัฒนาชุมชนจากแหล่งอื่นๆ นอกจากงบประมาณเงินรายได้ เช่น จากภาคเอกชน/ภาครัฐอื่นๆ/อบต.เป็นต้น นางานวิจัยไปเผยแพร่ให้กับชุมชน ซึ่งเป็นผลทาให้นักวิจัยได้งานวิจัยที่ประสบผลสาเร็จได้ผลผลิตที่เป็นประโยชน์และสามารถสร้างผลผลิตที่สร้างรายได้เพิ่ม ลดต้นทุน และเป็นการสร้างความมีส่วนร่วมและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน
4. หาแหล่งทุนจากภายนอก เพื่อเพิ่มโอกาสสู่นักวิจัย โดยการนามาแหล่งทุนมาพัฒนาชุมชน เข้าหาชุมชนเพื่อสอบถามความต้องการของชุมชน สารวจว่าชุมชนหรือหมู่บ้าน ทาอาชีพอะไร แล้วนามาเป็นหัวข้องานวิจัย เสนอต่อหน่วยงานเพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัย ชุมชนต้องการให้เราช่วยได้เกี่ยวกับพัฒนาต่อยอด ผลที่คือ ได้ส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยใหม่ๆ ในประเทศ ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างถูกวิธี ได้ลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพสู่งานอุตสาหกรรม
5. การประยุกต์ใช้ IT กับงานชุมชน มีวิธีการโดยการเก็บข้อมูลจากชุมชน และนามาวิเคราะห์หาข้อมูลและนาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบและออกแบบโดยให้เป็น Project ของนักศึกษาในการทาโปรแกรม ทาให้ได้โปรแกรมช่วยเหลือชุมชน ร่วมไปกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนชุมชน ร่วมไปกับใช้ E – Commerce ช่วยในการหาช่องทางในการจาหน่ายสินค้า
6. การเรียนรู้ทางด้านชีวภาพ วิธีการโดยทาการศึกษาความต้องการของชุมชน เช่น ชุมชนมีปัญหาของเสียมูลสัตว์ ทาการพัฒนากระบวนการการหมักก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ ถ่ายทอดให้ชุมชน ทาให้ชุมชนลดต้นทุนพลังงาน มหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับชุมชน
7. การนางานวิจัยไปเผยแพร่ในการประชุมทางวิชาการระดับชาติ วิธีการโดยทาการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทาการสารวจปัญหาและความต้องการจากชุมชน/สังคม สร้างกรอบแนวความคิดและกระบวนการใช้การวิจัย เก็บข้อมูลภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการวิจัย เริ่มเขียนบทความ/งานวิจัย โดยสรุปแต่ละส่วน ออกเป็น Part ละหน้า ให้ผู้ร่วมวิจัยอื่นๆ ทบทวน ส่งผลงานเพื่อนาเสนอ/เผยแพร่จากการประชุมทางการระดับนานาชาติ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ได้ผลงานของอาจารย์ในวิทยาลัยเผยแพร่ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ได้ผลงานของนักศึกษาของวิทยาลัยเผยแพร่ในการประชุมทางวิชาการระดับนานาชาต