" นี่แหละคือชีวิตคีตศิลป์ ศิลปินลูกอีสานผู้ทรุดสู้ แม้นลำบากปานใดใจเป็นครู ยืนหยัดอยู่บนลำแข้งเลี้ยงกายา

  หลังชนฝาหน้าสู้ไฟไมค์ติดปาก    ลำหน้าฉากยิ้มสู้อย่างหรรษา

พอหลังไมค์ไฟปิดสนิทตา ใครจะรู้บ้างว่า...เป็นเช่นไร "

  คารวะศิลปินศิลปะ  ผู้มีจิตใจสืบสานงานศิลป์  วัฒนธรรมของบรรพบุรุษสั่งสมมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน    ได้อนุรักษ์ไว้และถ่ายทอด

นักวิชาการหลายคนกล่าวไว้ " ดนตรีคือสากลวิทยา" สามารถสื่อสารกับคนทุกชาติให้เข้าใจตรงกันได้ ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากสุนทรียะทางภาษาและคีตศิลป์ .... ข้าพเจ้าจึงภูมิใจที่เห็นวันนี้ หมอลำยังคงอยู่ให้ผู้เป็นลูกเป็นหลานได้ชื่นชมต่อไป และเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สุจริต อันเป็นงานอดิเรกในยามว่างสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ขอบคุณอาจารย์แว่นธรรมทองเป็นอย่างยิ่งที่สรรหาเรื่องดีๆมาเขียนให้อ่าน ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน ขอบคุณมากครับ...