จากประเด็นที่ได้อ่านข้างต้น ผมคิดว่าเป็นการให้ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วม รักษา บำบัดเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เมื่อพบเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้น ก็สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ทันที

ขอเพิ่มเติมในส่วนของพ.ร.บ. สุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ "มาตรา ๒๑ การบำบัดรักษาจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการอธิบายเหตุผลความจำเป็นในการบำบัดรักษา รายละเอียดและประโยชน์ของการบำบัดรักษาและได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยเว้นแต่เป็นผู้ป่วยตามมาตรา ๒๒ ถ้าต้องรับผู้ป่วยไว้ในสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบำบัดรักษา ความยินยอมตามวรรคหนึ่งต้องทำเป็นหนังสือ และลงลายมือชื่อผู้ป่วยเป็นสำคัญ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือขาดความสามารถในการตัดสินใจให้ความยินยอมรับการบำบัดรักษา ให้คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี เป็นผู้ให้ความยินยอมตามวรรคสองแทน หนังสือให้ความยินยอมตามวรรคสองและวรรคสาม ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา" (ที่มาหมวด ๓ การบำบัดรักษาทางสุขภาพจิตส่วนที่ ๑ ผู้ป่วยหรือดูได้จากลิงค์ข้างล่าง)

จากมาตราข้างต้น ผมเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจและการปฏิบัติตนของบุคคลในครอบครัวและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษา บำบัดต่อไป