ขอเสริมและแสดงความคิดเห็นนะค่ะ ครุภัณฑ์ที่ดินสิ่งก่อสร้างราคาที่เกินกว่าสองล้านบาท ต้องใช้วิธี e-action ซึ่งกระบวนการขั้นตอนซับซ้อนและละเอียด หากเป็นครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอาจจะมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา ทุกอย่างก็ต่องเรียนรู้ค่ะ ฐานะที่เป็นผู้ปฎิบัติงานด้านนี้ก็อยากจะทำให้งานที่ออกมาสำเร็จได้สิ่งของที่ถูกต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณและคุณภาพและประโยชน์ที่ส่วนราชการจะได้รับ เมื่อผ่านขบวนการพิจารณาทางเทคนิคและผ่านรายเดียว เราสามารถจะยกเลิกหรือเรียกผู้เสนอราคานั้นมายื่นเสนอราคาและสามารถต่อรองราคาได้ หากผลเป็นที่น่าพอใจก็รับราคา หากไม่น่าพอใจอาจจะยกเลิกได้ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของราชการ แต่จากที่อาจารย์เล่ามา เจ้าหน้าที่ก็ต้องแจ้งเป็นหนังสือถึงผู้เสนอราคาให้มาเสนอราคาในวันและเวลาดังกล่าวที่ระบุในหนังสือ เพราะฉะนั้นผู้เสนอราคารู้อยู่แก่ใจว่าต้องมาเสนอราคา หากผู้เสนอราคารายนั้นไม่มาเสนอราคากรณีเราไม่ได้ยกเลิก น่าจะผิดเงื่อนไขในการเสนอราคา เจ้าหน้าที่สามารถยึดหลักประกันซองได้ อย่างไรก็แล้วแต่ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคา แม้จะเป็นรายเดียวเพราะคณะกรรมการไม่ได้ยกเลิก หากเสนอแล้วเกินงบประมาณ ก็เป็นขั้นตอนต่อไปที่จะพิจารณาในเรื่องราคาว่าจะรับหรือไม่ เช่นเดียวกับหากมีผู้เสนอราคามีหลายรายที่ผ่านเกณฑ์เพื่อเข้าไปเคาะราคา ผู้เสนอราคาต้องทำการเคาะราคาให้ต่ำกว่าราคากลางหรืองบประมาณ หากไม่เคาะราคาก็ต้องถูกยึดหลักค้ำประกันซองเช่นกัน ส่วนผู้เสนอราคาเห็นราคากลางไม่น่าจะเป็นเหตุผลค่ะ เพราะราคากลางเปิดเผยอยู่แล้วค่ะ ส่วนโปรเจคเตอร์ปัจจุบันราคาไม่แพงแล้วค่ะ หากอาจารย์เลือกเป็นระบบ DLP ไม่ใช่ LCD ครุภัณฑ์พวกนี้มีอายุการใช้งานไม่น่าจะเกิน 5 ปี หลอดก็เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หลอดก็ราคาแพงด้วยค่ะ หากโปรเจคเตอร์ระบบ DLP ราคาสองหมื่นกว่าบาทค่ะ ความสว่าง 2700 แอลซี ทั้งนี้อยู่ที่ขนาดของห้องด้วยค่ะ หวังว่าจะชี้แจงอาจารย์ได้ไม่มากก็น้อยนะค่ะ