สวัสดีค่ะ คุณ สิทธิรักษ์
- ดิฉันนึกแล้วห่วงๆบ้านเรายังไงก็ไม่รู้ค่ะ ประเทศไทยยังไม่ตื่นตัวในการฝึกคนให้รับมือกับพิบัติภัยเลย คืองานหนักคงมาตกอยู่ที่สถาบันการศึกษาอีกแล้ว แต่ก็ต้องช่วยกันอะค่ะ
- ราวปี 28 - 29 ดิฉันกลับบ้านที่นครศรีฯ รู้สึกว่านครฯร้อนกว่าเดิม และฝนก็ไม่ตกมากแบบที่เคยตก อากาศก็ร้อนแบบร้อนเผาๆ พ่อบอกว่าเมืองมีตึกเพิ่ม ตึกเก็บความร้อน มันเลยร้อน
- ตอนนั้นดิฉันยังไม่ค่อยรู้อะไร เลยเถียงเอ๊ยแย้งพ่อไม่ถูก
- ตอนที่เกิดสึนามิ วันนั้นดิฉันอยู่บ้านที่นครศรีฯ ราวสองโมงเช้าดิฉันนั่งบนเตียงในห้องนอน รู้สึกตู้กระจกใส่หนังสือมันสั่นๆๆๆ ดิฉันมาบอกพ่อ พ่อบอกว่าคิดมาก แต่ดิฉันยืนยันว่าผิดปกติ
- พอตอนเที่ยง เด็กวิ่งมาบอกว่า อาจารย์ขาทะเลถล่มภูเก็ต ติดต่อรุ่นพี่ที่ฝึกงานไม่ได้ ดิฉันใจลงไปกองที่พื้น กว่าจะรู้ว่าเขาปลอดภัย ทางนี้พวกครูก็วิ่งกันวุ่น.... ไปก็ไม่ได้ อยู่ก็ทุกข์ใจนัก
- ดิฉันก็นึกๆไปนะคะ ดิฉันว่าเราต้องสอนให้เด็กหัดแปลความหมาย คือสัมผัสปรากฏการณ์อะไรแล้ว ให้หัดแปลออกมา ว่ามันหมายความว่าอะไร ไม่ใช่เห็นอะไรก็เฉยๆ ไปทุกครั้ง ถ้าช่วยกันเฝ้าระวัง และรู้จัก ไหวระวัง เราคงช่วยกันได้อีกหลายชีวิต
-
ว่าจะพูดสั้นๆแล้วนะคะเนี่ย.... ทำไมยาวอีกจนได้ก็ไม่รู้อะค่ะ .... : )