บทสรุปและข้อเสนอแนะ

1 บทสรุป เด็กในคดีอาญามี 2 สถานะ คือ

(1) สถานะที่เป็นผู้กระทำผิดทางอาญา และ
(2) สถานะที่เป็นผู้ถูกกระทำผิดอาญา หรือ “เหยื่อ”

มีบทสรุปใน 2 ด้าน คือ ด้านสังคมอาชญาวิทยา การควบคุมอาชญากรรม และด้านกฎหมายที่บัญญัติ

สถานการณ์โลกในยุคข้อมูลข่าวสาร “โลกาภิวัตน์” ทำให้มีความเจริญทางด้านวัตถุมากขึ้น แต่ความเจริญทางด้านจิตใจไม่ทัดเทียมกัน จึงเกิดช่องว่างการพัฒนา ก่อให้เกิดผลต่อสังคม มีปัญหาสังคม มีปัญหาอาชญากรรม โดยเฉพาะปัญหาการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนที่เพิ่มมากขึ้น การศึกษาในด้านสังคมวิทยา อาชญาวิทยา ควบคู่ไปกับการศึกษาด้านกฎหมาย จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทันต่อกระแสโลก อาทิเช่น การให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว การมองแบบองค์รวม (Holistic) การเพิ่มบทบาทของ “สหวิชาชีพ” หรือ การนำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) มาใช้ในการพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนกระทำผิด ซึ่งเป็นการแก้ไขฟื้นฟู (Rehabilitation) อันเป็นการใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนกระทำผิดโดยวิธี หันเหคดีออกจากกระบวนการยุติธรรม (Diversion) เพราะเด็กไม่ใช่ “อาชญากร” แต่เด็กเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต หรือ การเข้มงวดใช้มาตรการควบคุมป้องกัน (Prevention) อาทิ ข้อเสนอของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่เสนอให้เอาใจใส่ดูแลเด็กเยาวชน จำกัดเวลาในการออกนอกบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็น เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในด้านกฎหมาย แนวโน้มสถานการณ์ด้านสิทธิของเด็กในประเทศไทยเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น สังเกตได้จากการตรากฎหมายใหม่ หรือการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ขึ้นหลายสิบฉบับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเด็กและเยาวชนมากขึ้น ข้อเสนอแนะข้อทักท้วงของนักวิชาการรวมทั้งนักศึกษาหลายกรณี ได้รับการพิจารณาและมีการนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ เช่น การแก้ไขพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 ในหลาย ๆ มาตรา โดยเฉพาะ มาตรา 63 มาตรา 26(3) มาตรา 78 และมีการบัญญัติใหม่เป็น “พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเร็ววันนี้ (ตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป) หรือ การแก้ไขอายุขั้นสูงของเยาวชนในการกระทำผิดทางอาญาเป็น “18 ปี” เป็นต้น


กฎหมายใหม่ที่สำคัญที่มีผลบังคับใช้แล้วในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 - 2553

1.พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553.
2.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 20 และ 21) พ.ศ.2550 และ 2551
3.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22, 25, 26 และ 28) พ.ศ.2547, 2550, 2550 และ 2551
4.พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551
5.พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
6.พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
7.พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550
8.พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550
9.พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ.2550
10.พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
11.พระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน พ.ศ.2546
12.พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดการสวัสดิการสังคม พ.ศ.2546
13.พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ในคดีอาญาฯ พ.ศ.2544
14.พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน พ.ศ.2542
15.พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539

2 ข้อเสนอแนะ

1. การต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอันสมควร (Due process of law) เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรมุ่งเน้นการควบคุมอาชญากรรม (Crime control) เพียงอย่างเดียว

2. สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสถาบันแรกที่สำคัญในการสร้างรากฐานของชีวิต ควรมีมาตรการในการส่งเสริมพัฒนา

3. กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) การหันเหคดีออกนอกระบบศาล (Diversion) ศาลวัยทีน (Teens Court) แนวคิดแบบองค์รวม (Holistic) ควรนำมาพิจารณาปรับใช้

4. การฟื้นฟูเยียวยาเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดอาญา เป็นสิ่งสำคัญ เพราะ เด็กและเยาวชนคืออนาคตของชาติ การพัฒนาแก้ไขเยียวเด็กให้มีคุณภาพ จักเป็นกำลังอันสำคัญในการพัฒนาของประเทศต่อไป.