คำสดุดี

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์  พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย

เนื่องในงาน วันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2555

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555

@@@@@

ทูล  หม่อมเจ้าภีศเดช  รัชนี

เรียน  ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

 

                   ในโอกาสที่วันสหกรณ์แห่งชาติ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง เพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติประวัติ และพระอัจฉริยภาพของ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย”  จึงขอนำพระประวัติย่อมากล่าวโดยสังเขป ดังนี้

                    พระราชวรวงศ์เธอ  กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์  ทรงเป็นพระโอรสในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้า ในรัชกาลที่ 5  และเจ้าจอมมารดาเลี่ยม  ประสูติเมื่อวันพุธ  แรม  11  ค่ำ  เดือนยี่ ปีชวด จุลศักราช 1238  ตรงกับวันที่ 10 มกราคม 2419 มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส (ต้นสกุล “รัชนี”) ได้ทรงร่ำเรียนหนังสือตั้งแต่เยาว์พระชันษา และเสด็จเข้าเป็นนักเรียนประจำ ณ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านภาษามาก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทรงโปรดอ่านโคลงกลอน และทรงนิพนธ์งานเขียนไว้มากมาย มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ทรงใช้นามปากกาว่า “น.ม.ส.” ผลงานนิพนธ์ของพระองค์ท่าน เช่น เรื่องของนักเรียนเมืองอังกฤษ สงครามรัสเซียกับญี่ปุ่น พระนลคำฉันท์ ตลาดเงินตรา นิทานเวตาล กนกนคร กาพย์เห่เรือ สามกรุง ฯลฯ ทรงออกหนังสือรายสัปดาห์ “ประมวลมารค” และทรงตั้งโรงพิมพ์ประมวลมารคขึ้นที่วัง ถนนประมวญ ต่อมาโรงพิมพ์ถึงการอวสานด้วยภัยสงครามถูกทิ้งระเบิด

                    ทรงรับราชการในหลายกระทรวง ทบวง กรม เช่น กระทรวงธรรมการ / กรมศึกษาธิการ / กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ / กรมตรวจแลกรมสารบัญชี / กรมธนบัตร / กรมกษาปณ์สิทธิการ /  เนื่องด้วย พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส ทรงมีพระสติปัญญาสามารถในราชการ และเป็นผู้แตกฉาน ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ  ตลอดจนเป็นกวีที่มีสำนวนพิเศษ  ในปี 2456 ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เฉลิมพระยศพระองค์เจ้ารัชนี เป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามจารึกในพระสุพรรณปัฏว่า พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยา
ลงกรณมุกสิกนาม
ทรงศักดินา 11,000 ไร่  

                   ต่อมาในปี 2458 ได้ทรงดำรงตำแหน่งเป็น อธิบดีกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ ในสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ทรงได้นำเอาวิธีการสหกรณ์มาใช้ เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของเกษตรกร โดยทรงเลือกสหกรณ์เครดิตแบบ ไรฟ์ไฟเซน ซึ่งเป็นแบบที่เหมาะสมกับสภาพของกสิกร และสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็น “นายทะเบียนสหกรณ์” พระองค์แรก และได้จดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรกขึ้นเป็น สหกรณ์ประเภทหาทุน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 ชื่อว่า สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้ ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งถือเป็นกำเนิดสหกรณ์ขึ้นในประเทศไทย และต่อมาสหกรณ์ก็ได้แพร่ขยายไปทั่วประเทศ จนได้รับยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” ด้วยพระปรีชาสามารถ ที่ทรงมีคุณูปการต่อระบบสหกรณ์ ในประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ พ้นจากภาวะหนี้สิน มีทุนในการประกอบอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก่อให้เกิดผลดีในการพัฒนาประเทศ แสดงให้เห็นถึงพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ควรค่าต่อการน้อมรำลึกถึง 

                   ข้าพระพุทธเจ้า ในนามของขบวนการสหกรณ์ไทย ขอตั้งจิตอธิษฐานและปฏิญาณว่า จะสืบสานเจตนารมณ์ และธำรงไว้ซึ่งหลักการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะบริหารงานสหกรณ์ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสและเป็นธรรม มีความรัก สมัครสมาน สามัคคี จะร่วมกันพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้า และเผยแพร่อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ให้แพร่หลาย เพื่อประโยชน์สุขของมวลสมาชิกสืบไป