ผมเคยฟังรายการทางวิทยุที่อาจารย์ประมวลให้สัมภาษณ์ ฟังจนจบได้ความคิืดหลายมิติ ได้มุมมองที่เสมือนม่านหมอกที่เคยปิดกั้นทัศนียภาพบนฟากฟ้า ให้สว่างจ้าเห็นดวงจันทร์และดวงดาวในจักรวาล ยิ่งเมื่อได้อ่านหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" ของอาจารย์ ก็ยิ่งทำให้สว่างกว่ามองไปยังสุริยันจันทราและหมู่ดาราที่ส่องประกายวับวาว  ทำให้นึกถึงวรรณกรรมหลายเรื่องที่เคยอ่านแล้ววางไม่ลง ประทับใจ เช่นบ้างเ้ล่ม "ข้าพเจ้าทดลองความ" ของมหาคานธี/ "โฉมหน้าประวัติศาสตร์สากล" ของ ยวาหรลาล เนห์รู อดีตนายกคนแรกของอินเดีย/ "คำพิพากษา"ของ ชาติ กอบจิตติ/"ลีลาวดี"ของศ.แสง จันทร์งาม/และวรรณกรรมที่ดูเสมือนยาวที่สุดของไทย คือ "เพชรพระอุมา" ของพนมเทีัยน (ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ) ฯลฯ ยังมีหนังสือดีัๆอีกเยอะอยากจะแนะนำให้อ่าน แต่เกรงจะรบกวนสายตาทุกท่าน จึงบอกกล่าวและขอมีส่วนหนึ่งของความคิดที่จุดประกายเล็กๆน้อย เผื่ออาจมีใครผ่านสายตา ณ ตรงจุดที่ผมเขีัยนบ้าง

ขอจบด้วยข้อความบางตอนจากหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" ของอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์

".. เงินตรา เป็นพลังอำนาจทางสังคมที่มีอิทธิพลเหนือความสำนึกรู้ ทั้งนี้เป็นเพราะความเคยชินที่ได้ดำเนินชีัวิตอยู่ในสังคมซื้อ-ขายมาเป็นเวลายาวนาน

ในสังคมซื้อ-ขาย ทุกสิ่งไหลมาสู่วิถีชีิวิตด้วยอำนาจแห่งเงินตรา และก็ไหลจากไปด้วยพลังอำนาจแห่งเงินเช่นเดียวกัน" หน้า ๓๕๘

------------

อ่านข้อความหน้า(๓๕๘)นี่แล้วอยากให้ย้อนกลับไปอ่านหน้า  ๓๐๐  ซึ่งมีประโยคที่ประทับใจมาก

"มนุษย์อาจเบียดเบียนทำลายกันเมื่อมีการต่อสู้แข่งขัน
มนุษย์อาจเมินเฉยไม่ใส่ใจในชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์ เมื่อเขารู้สึกว่ามนุษย์ผู้อื่นไม่เหมือนเขา มีอะไรแตกต่างเขา
แต่มนุษย์จะไม่ยอมให้เพื่อนมนุษย์อดตายต่อหน้าเขา" เรื่องเดียวกัน หน้า ๓๐๐

ยังมีสิ่งดีๆรอให้ทุกคนได้อ่านในหนังสือเล่มนี้ โชคดีทุกคนครับ