กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
ความรู้สึกที่ดิฉันมีหลังจากการอ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานคือ ความประทับใจ ดิฉันประทับใจในสิ่งหลายๆสิ่งจากกาพย์นี้ อย่างแรกคือความเก่งกาจของผู้ประพันธ์ ซึ่งสามารถประพันธ์บทกลอนให้สามารถแสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกหรือความคิดของผู้คนในเรื่องได้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ใครๆก็สามารถทำได้ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวของคนในสมัยก่อน สิ่งนี้จึงเป็นความประทับใจแรกที่ดิฉันรู้สึก สิ่งที่สองคือความรู้ในกาพย์นี้ ในกาพย์นี้มีความรู้ต่างๆเกี่ยวกับอาหารคาวที่บางเรื่องดิฉันไม่รู้ ทำให้ดิฉันได้มีความรู้เพิ่มขึ้น ได้รู้ชื่ออาหารที่ไม่รู้จัก เช่น แสร้งว่าไตปลาหรือตับเหล็ก ซึ่งแสร้งว่าไตปลานั้นเป็นอาหารที่ดิฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน จึงได้รู้จักจากการอ่านกาพย์นี้ ส่วนตับเหล็กนั้น ดิฉันนึกว่าเป็นตับที่เอามาลวก แต่จริงๆแล้วเป็นส่วนที่เป็นม้ามของหมู ทำให้ดิฉันได้ความรู้ใหม่มากมายหลังจากได้อ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้ และความประทับใจสุดท้ายที่ดิฉันมีต่อกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้คือ การได้รับรู้ถึงอาหารของคนสมัยก่อน
จากการอ่านกาพย์นี้ แสดงให้เห็นว่าอาหารในสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันนั้นแตกต่างกัน เพราะในสมัยนี้ อาหารส่วนมากจะเป็นอาหารที่มาจากต่างประเทศหลากหลายประเทศและหลากหลายชนิด ทำให้บางคนไม่ค่อยได้กินอาหารที่เป็นของไทยแท้ๆจากในสมัยก่อน หรือไม่รู้จักอาหารไทยในสมัยก่อน ซึ่งแม้แต่ดิฉันเองก็รู้จักอาหารในกาพย์นี้ไม่มากนัก แสดงให้เห็นว่าคนไทยในสมัยนี้ถูกควบคุมด้วยสิ่งหลากหลายจากต่างประเทศ ทำให้ลืมความเป็นไทยแท้ในสมัยก่อนไปแล้ว แต่ในกาพย์นี้ เมื่อดิฉันได้อ่านแล้วดิฉันประทับใจในอาหารไทยสมัยก่อน ทั้งเรื่องขั้นตอนการทำ เครื่องปรุงรส วิธีรับประทาน ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ซึ่งคนไทยในสมัยนี้ควรที่จะอณุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของประเทศชาติ ให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าคนไทยในสมัยก่อนมีวิถีการดำรงชีวิตอยู่อย่างไร แตกต่างกับปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ จะเห็นว่ายังเหลือเค้าโครงความเป็นไทยอยู่ไม่น้อย แต่ในอนาคตอาจเหลือน้อยกว่านี้ ดังนั้นกาพย์นี้จึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราคิดได้ว่าอาหารของไทยนั้นน่าสนใจ ไม่น้อยกว่าอาหารจากประเทศอื่นเลยทีเดียว
สุดท้ายนี้สิ่งที่ดิฉันอยากพูดโดยรวมเกี่ยวกับความรู้สึกหลังอ่านกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้คือ
ความประทับใจในวัฒนธรรมในสมัยก่อนของประเทศไทยค่ะ