กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานมีเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารต่าง ๆ แต่ก็สามารถเชื่่อมโยงไปถึงหญิงผู้เป็นที่รักได้ มีการเล่นคำต่าง ๆ เช่น ล่าเตียง ทำให้คิดถึงเตียงที่เคยนอนกับพระศรีสุริเยนทรา กาพย์เห่นี้เป็นกาพย์เห่เรือ แต่งด้วยโครง 1 บท และต่อด้วยกาพย์ยานี 11 อีกไม่จำกัด และยังมีประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่ที่มาศึกษากาพย์นี้ เช่น ได้รู้ถึงการค้าขายสมัยก่อนว่าไทยได้ติดต่อค้าขายกับหลายประเทศ ได้รู้จักอาหารของสมัยก่อนว่าชื่่ออะไร ลักษณะเป็นอย่างไร ทำอย่างไร และได้รู้จักรูปแบบของกาพย์เห่เรือ นอกจากนั้นยังทำให้เราได้รู้จักสัตว์ต่าง ๆ เช่น กล แปลว่า เหมือน ภุญช์ แปลว่า รับประทาน กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนี้จึงเป็นกาพย์ที่ทรงคุณค่าทางวรรณคดี กาพย์เห่นี้ประพันธ์โดยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งเป็นกษัตริย์แต่ก็มีความเป็นกวีอยู่ด้วย ซึงท่านต้องจากกับพระศรีสุริเยนทรา ทำให้เกิดความเศร้า ความคิดถึง ซึ่งนำมาใช้ให้สอดคล้องกับชื่่ออาหารซึ่งพระศรีสุริเยนทราเคยทำให้เสวย และได้อธิบายเกี่ยวกับกลิ่นและรสชาดของอาหารต่าง ๆ เช่น "ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง" แปลว่าเอาม้ามไปลวกให้สุกแล้วปรุงด้วยน้ำส้มและพริกไทย อร่อยจนหากินที่อื่นไม่ได้ ต้องให้พระศรีสุริเยนทราทำเท่านั้น จึงจะอร่อยขนาดนี้ กาพย์ยานี 11 บทนี้กล่าวชมว่าพระศรีสุริเยนทราทำอาหารได้อร่อย พอนางจากไปก็ไม่มีใครทำอาหารอร่อยแบบนี้ถวายรัชกาลที่ 2 เสวยแล้ว
การอ่านกาพย์เห่นี้จะทำให้เกิดความรู้สึผู้กเศร้าและซึ้ง เป็นการแต่งที่ดีมากเพราะสามารถทำให้อ่านรู้สึกได้ถึงอารมณ์ต่าง ๆ