ฉันคิดว่าการที่รัชกาลที่๒ประพันธ์กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานขึ้นมาอาจไม่ได้ตั้งใจที่จะประพันธ์ขึ้นมาทันทีแต่ทรงเห็นอาหารซึ้งสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินทรงทำอาหารถูกปากรัชกาลที่๒หรือไม่ก็คนที่มีความรักไม่ว่าเห็นอะไรที่คนรักเราเอามาให้แต่เมื่อหมดความรักไปแล้วก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา พระองค์ทรงตระหนักได้ว่ากษัตริย์ นั้นเมื่อเปล่งวาจาออกไปแล้วไม่สามารถนำคำพูดกลับมาได้หรือไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ให้สัญญาณไว้ต้องทำตามทำสัญญาณนั้นไว้ให้ได้เพราะว่าสัญญาณนั้นเลื่อนได้แต่มิอาจจะเลิกได้ พระองค์ทรงเสียดายที่ตนเองเผลอตนผิดคำมั่นนั้นจึงได้แต่งกาพย์เพื่อมองตนเองระหว่างที่มีความรักกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินกับตอนนี้ที่ตนเองอาจมีพระสนมมากมายแต่ไม่สามารถแทนสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินได้สักคน ฉันจึงคิดว่าการที่พระองค์ประพันธ์กาพย์นี้ขึ้นมากก็แสดงให้เห็นว่าแม้แต่คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศยังมีความผิดพลาด รัชกาลที่๒ประพันธ์กาพย์เห่นี้ขึ้นมา พระองค์ก็คงรู้ว่าก็ไม่มีทางใดที่จะสามารถกลับไปแก้ไขอตีดได้เพราะนอกจากยังไม่มีทางแล้วยังเป็นความคิดที่เสียเวลามากที่สุดในโลกด้วย ในกาพย์นี้แสดงถึงการมีเสน่ห์อย่างราบเรียบของคนสมัยก่อนที่เรียกว่าเสน่ห์ปลายจวักหรือคือการทำอาหารให้อร่อยนั้นเอง สำหรับสมัยนี้ต้องเป็นคนหน้าตาดีรูปร่างดี ซึ้งฉันคิดว่าหากคนหน้าตาดีไม่สามารถทำอะไรได้เลยก็คงไม่มีเสน่ห์นักหรอก ฉันคิดว่าการทำอาหารคือเวทมนต์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนมีความสุขได้ง่าย เพราะคนทำอาหารที่ดีต้องใส่ความตั้งใจลงไปในอาหารนั้นด้วยเพื่อส่งท่อความรู้สึกหรือความตั้งใจไปหาผู้รับประทาน ฉันคิดว่าการกระทำอย่างที่กล่าวมากจะทำให้อาหารอร่อยขึ้นมาได้ ฉันคิดว่ารัชกาลที่๒ประพันธ์ขึ้นมาเพื่อระบายความรู้สึกของตนและสอนคนไทยในอตีดถึงปัจจุบัน สอนผู้คนที่ได้อ่านกาพย์นี้ว่า การที่เราผิดคำมั่นสัญญาณนั้น อาจต้องทำให้เราเสียสิ่งสำคัญไปอย่างไม่รู้ตัว