คุณปู,

บันทึกของ ดร.วรภัทร์ ตอนต่อ

“ความพอเพียงของผมอย่างแรก คือ หน้าที่ต้องเต็มที่ก่อน หน้าที่ของผมก็คือ เป็นสามี เป็นพ่อ และลูกเขย หน้าที่ตรงนี้ต้องให้พร้อม เราต้องดูแลครอบครัวเราให้เต็มที่ ที่เหลือก็คือ ทำตนเป็นตัวอย่าง นั่นคือ ผมทำตามที่ในหลวงทรงสอนไว้ โดยการไปทดลองซื้อที่ดินไว้ 4 ไร่ ที่ปากช่อง แล้วลองทำเป็นเกษตรวิถีพอเพียง เลี้ยงแพะ เลี้ยงไก่ ปลูกต้นไม้ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง

พอทำด้วยตัวเองมา 4 ปี จะรู้เลยว่า ในหลวงท่านทรงมีพระปรีชาสามารถมาก เพราะคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เมื่อลงมือทำถึงจะรู้จริง หากเอาแต่พูด ไม่ทางเข้าใจคำว่าพอเพียงเด็ดขาด ซึ่งจนถึงวันนี้ผมลองผิดลองถูก จนได้ความรู้มาพอสมควร ถ้าใครอยากจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ เราก็เต็มใจสอนให้

การที่ผมเปลี่ยนมาทำไร่ทำสวน เพราะความเชื่อ 
ผมเปลี่ยนศาสนาจากคริสต์มาเป็นพุทธ เพราะเห็นว่า ในหลวงท่านทรงพระปรีชามาก ท่านฉลาดกว่าเรา เรียนสูงกว่าเรา ท่านยังสนใจด้านศาสนาพุทธเลย 

ฉะนั้น เราน่าจะลองดำเนินรอยตามพระองค์ท่านดูสักตั้ง ผมก็เลยลองมาศึกษาศาสนาพุทธดู พอมาศึกษา ผมก็รู้สึกว่า โอ้โห! มันสุดยอด

ผมตอนนี้ทำหน้าที่ของสามี พ่อ ส่งลูกให้เรียนจบก่อน

เคยขอลาภรรยาจะกลับไปเมืองไทยจะไปแสวงหาโมกขธรรม

เธอทำหน้าเศร้าๆ ไปคิดอยู่สองสามวันแล้วให้คำตอบว่า

"ได้  แต่พ่อต้องยกทรัพย์สมบัติ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เงินสด ให้เธอและลูกๆ ทั้งหมด

ให้กลับเมืองไทยตัวเปล่า

ไปปฏิบัติธรรมไม่ต้องการเงินมิใช่หรือ ?"