อ่านเรื่องนี้จบแล้วอดไม่ได้ที่จะร่วมแสดงความคิดเห็น
ปัญหาเรื่องการศึกษาของประเทศไทยมีมานานมาก ครั้งหนึ่งเคยมีโครงการ "การศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัฒน์" สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย ต่อมาผู้ร่วมโครงการถูกเรียกว่า "เพื่อนร่วมทางปฏิรูปการศึกษาไทย" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิดที่จะร่วมมือกันยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย แต่ล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้การศึกษาของไทยก็ยังจมปลัก
ฉันเคยถามหลายคนว่าการเรียนในระบบการศึกษามีทั้งหมดกี่ปี ปีละกี่วัน วันละกี่ชั่วโมง แล้วบอกพวกเขาว่าถ้าเราฝากอนาคตของชาติไว้กับการศึกษาในระบบ(ยังไม่ต้องคิดถึงว่าระบบล้มเหลวหรือไม่)ก็ถือเป็นความโง่อย่างที่สุดเพราะการเรียนรู้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ถ้าเราเข้าใจคำกล่าวที่ว่า "มองกว้าง คิดไกล ใฝ่รู้ และเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยทุกคนเป็นครูทุกที่เป็นห้องเรียน" แล้วจัดการศึกษาเพื่อให้เด็กก้าวไปในแนวทางดังกล่าว ก็เชื่อว่าคุณภาพการศึกษาไทยคงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มาก
ตลอดชีวิตของฉันแทบไม่เคยได้ยินว่าโรงเรียนจะทำให้นักเรียนเข้าใจถึงเหตุผลที่พวกเขาต้องมาเรียน ทุกวันนี้การไปโรงเรียนมีเหตุผลแคบ ๆ เพื่อ "เรียนหนังสือ" และเราก็ยังปล่อยให้เป็นไปอยู่เช่นนั้น
จะมีประโยชน์อะไรถ้าการศึกษาเพียงแต่สร้างคนที่จะมาทำงานในหน้าที่ต่าง ๆ แลกกับค่าตอบแทน เพราะการที่สังคมจะอยู่กันอย่างสงบสุขได้นั้นต้องการอะไรมากกว่านั้นมากนัก
ทุกวันนี้การเรียนรู้จากนอกห้องเรียนป้อนและปลูกฝังความรู้สึกนึกคิดที่ไกลจากความเป็นมนุษย์ให้แก่ทุกคนในสังคมมากขึ้น ๆ โดยไม่มีใครจัดการอะไร จึงไม่แปลกที่คนไทยสมัยนี้จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด แค่คำว่า "เหตุผล" เราก็เอาไปปนกับคำว่าเหตุหรือเหตุจูงใจ สะอิดสะเอียนที่สุดเวลาที่ได้ยินใครบอกว่า "เราต่างมีเหตุผลของตัวเอง" โดยเหตุผลที่อ้างเป็นแค่เหตุหรือเหตุจูงใจเท่านั้น และทุกวันนี้ก็ยังมีการสร้างวาทะกรรมและมายาคติผิด ๆ เพื่อประโยชน์แฝงเร้นของผู้สร้างแล้วผู้คนในสังคมก็หยิบมาอ้างในยามที่จะฉกฉวยประโยชน์
ที่น่าสลดใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับการศึกษาในระบบคือวิธีคิดที่ใช้ในการวัดผลการศึกษาที่ดูจะสะเปะสะปะไร้ทิศทางขนาดข้อสอบระดับปริญญาตรียังมีคำถามว่า "ใครเป็นผู้แต่งกามนิต-วาสิฏฐี" ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่อาจารย์ช่วยเขียนวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษา
ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้คิดจะติเตียนใครแค่อยากจะบอกว่าถ้าเราไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหนและจุดหมายของเราอยู่ที่ไหนเราก็คงกำหนดเส้นทางที่เหมาะสมไม่ได้หรอกนะ