- สวัสดีค่ะอาจารย์
- ปกติกระสอบทรายมีอายุของเขานะประมาณสองปีก็จะผุขาดหมด
- แต่ว่าโรงพยาบาลต้องสะอาดจึงรอถึงสองปีไม่ได้
- ถ้านำไปใส่ดินปลูกต้นไม้อย่างที่อาจารย์ว่า น่าจะดีเหมือนกัน
- ทางโรงพยาบาลไม่ได้แจ้งของอาสาสมัคร สงสัยคงเกรงใจชาวบ้านเพราะทุกคนเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วมเหมือนกันหมด
- ขอบคุณมากที่ตรวจบันทึกให้ค่ะ
- สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
- กระสอบทรายช่วงหน้าน้ำแพงมากสูงสุดถึงใบละแปดบาท
- ทราบก็ต้องแย่งกันซื้อ แต่ตอนนี้เหมือนไม่มีใครเห็นคุณค่า
- กระสอบที่ใส่ข้าวสาร/ปุ๋ย 50 กิโลกรัมสามารถขายให้คนรับซื้อของเก่าได้ ซึ่งต้องแยกไว้ต่างหาก แต่มีทรายชื้นติดกระสอบจำนวนมากทำให้กระสอบหนัก และม้วนเก็บลำบาก
- ขณะนี้ทางโรงพยาบาลพยายามเร่งเก็บกระสอบให้เสร็จเพื่อจะถมที่จะจัดสวนให้ดูสวยงาม สะอาด และสบายตาค่ะ
- ที่บ้านพี่ใหญ่มีเสื้อกันกันน้ำให้กระสอบทรายด้วย(ชอบชื่อนี้จัง) ซึ่งจะช่วยให้กระสอบไม่ผุเร็ว(ทรายก็ไม่หกเลอะเทอะ)
- แต่ต้องระวังเรื่องสัตว์มีพิษที่อาจอาศัยเสื้อกันน้ำเป็นบ้านพักได้
- ขอบคุณพี่ใหญ่ที่แลกเปลี่ยนสิ่งดีๆร่วมกันค่ะ
- สวัสดีค่ะคุณยาย
- ถ้าทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เชื่อว่าโรงพยาบาลน่าจะมีทางออกเรื่องกระสอบทรายที่ดีกว่านี้
- ที่คุณยายบอกหนูว่า
- "โดยมีการ ประกวดความคิดใน..หมู่นักศึกษา ประชาชน..ไม่จำกัดเพศและวัย..รวมทั้งระดับการศึกษา..รางวัลที่ได้..คือเหรียญความเด่นดี..ของความคิด..ที่จะคลี่คลาย ปัญหาที่จะเกิด ขึ้นอีกได้ในอนาคต..ที่ไม่ไกล..."
- แสดงให้เห็นว่าชุมชนที่ทำได้ดังนี้ต้องเข้มแข็งมาก สามารถบริหารงานได้ดีและไม่ต้องหวังพึ่งรัฐบาล(ที่ไม่มี)
- วิธีที่คุณยายกล่าวไว้ ทำไม่ยาก แต่เหมือนยังขาด....
- หนูเห็นด้วยกับคุณยายว่าทรายอาจขาดแคลนได้ถ้าระบบการจัดการน้ำของเรายังเป็นเหมือนเดิม
- ขอบคุณคุณยายมากค่ะ