สวัสดีค่ะคุณเม้ง
ปัญหานี้ขอถอนหายใจยาวๆ ก่อนตอบได้มั้ยคะ..
คงต้องเริ่มที่ความเป็นจริงว่าการจัดการศึกษาต้องใช้เงิน..และเงินที่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาที่ดีนั้นเป็นจำนวนเงินสูงกว่าที่รัฐจัดสรรให้หลายเท่านัก ( นี่อาจเป็นอีกคำตอบว่าทำไม..การศึกษาไทยถึงขยับยากนัก )..ซึ่งในการจัดสรรงบประมาณ ก.ศึกษามักจะเป็น กระทรวงท้ายๆที่ได้รับพิจารณา ( นักการเมืองจัดให้กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่ไม่มีความหมายเท่าไหร่ ) เหตุผลน่าจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีอภิมหาโปรเจคท์ให้ต่อมอยากทำงาน..แถมผลงานก็วัดยาก เพราะการศึกษาเป็นกระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ที่จะวัดได้ว่าเกิดกี่คน ตายกี่คน..เมื่อเป็นกระบวนการจึงต้องใช้มาตรฐานเข้าจับเข้าวัด เมื่อใช้มาตรฐานก็ไม่มีอภิมหาโปรเจคท์ให้ตื่นเต้น..ศึกษาจึงเป็นกระทรวงนอกสายตาเสมอ
มีความพยายามที่จะให้สถานศึกษาไปขึ้นกับองค์กรส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้งบท้องถิ่นมาช่วยสนับสนุนการศึกษาเพิ่มจากงบที่กระทรวงจัดสรรให้แต่สถานศึกษาส่วนใหญ่ไม่มั่นใจในอนาคตของตนเอง ( ซึ่งก็น่าเห็นใจนะคะ เพราะบางที่แย่จริงๆ )..นโยบายนี้เลยไม่เดินหน้าเท่าที่ควร..
คำถามที่ว่าการศึกษา มันควรจะลงทุนด้วยเงิน หรือ ด้วยใจกันแน่ หรือว่าต้องมีอะไรเพิ่มเติม..จึงเป็นคำถามที่ตอบยากมากค่ะเพราะความเป็นจริงถ้าเราต้องการให้การศึกษาดีเพียงพอ..เราต้องใช้เงินมากกว่าที่ให้อยู่ในตอนนี้หลายเท่านัก แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่มีเงินจะให้..ถึงแม้บางยุคบางสมัยจะมีใจให้กับการศึกษา แต่งบประมาณมันไม่มี..ก็บ่จี๊ตามเคย..นอกจากว่าการศึกษาสามารถจัดหางบได้เองหรือให้ความสำคัญกับการศึกษามากกว่านี้ ( อย่างน้อยก็มากกว่าการซื้ออาวุธ )..คำถามนี้ถึงจะตอบได้ว่าเป็นการลงทุนด้วยใจที่คิดจะให้อย่างแท้จริง ( ตอนนี้นักการเมืองปากว่าตาขยิบค่ะ เลยหวังยาก )...
เฮ้อ ! ถึงตอบจบแล้วก็ยังรู้สึกหนักๆในใจอยู่ดี..