คุณหมอครับ
ถ้าเป็นบ้านเรา หลวงพ่อองค์ดำคงได้รับการดูแล ในศาลาที่สร้างอย่างปราณีตและสวยงาม สมเกียรติ ความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่าน
แต่ก็เข้าใจแขกนะครับ เพราะวิถีของเขาเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านทำกันเอง ด้วยความสามารถที่เขามี ผมเคยไปรัฐพิหารหลายครั้ง เห็นตามสองข้างถนน ศาลาที่เขาทำให้เทพเจ้าของเขาอยู่นั้น ในบางแห่งก็ไม่ต่างจากเพิงร้านขายของ ขอเพียงมีหลังคา ก็นำรูปปั้นเทพหนุมานมาตั้งบูชาได้แล้ว
ทราบจากกลัยาณมิตรท่านหนึ่งว่าเคยไปสักการะหลวงพ่อองค์ดำในช่วงฤดูกาลแสวงบุญ คนไปบูชากันมาก คนขายของคนขอเงินก็เยอะมากเช่นกัน เธอบกว่าต้องวิ่งหนีกันทีเดียว
สิ่งที่เราจะได้จากการสนับสนุนงานพระพุทธศาสนาในอินเดียคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับอินเดีย โดยไทยอยุ่ในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือในเรื่องบุคคลากร(พระ)และหลักพุทธศาสนาซึ่งเรามีความเข้มแข็งกว่าอินเดียมากนัก
นอกจากนั้นก็ยังสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสังเวชนียสถานกับพุทธศาสนิกชนชาวไทย ให้คนไทยได้มีโอกาสมาพัฒนาจิตเพื่อเพิ่มพลังความรักชาติให้มากขึ้น มีความไม่ประมาทในชีวิตมากขึ้นและที่สำคัญมีคุณธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น
ผมจึงใช้คำว่าอินเดียเป็นห้องเรียนทางจิตวิญญานที่ดีที่สุดในโลก สามารถเปลี่ยนจิตใจคนได้ในระดับหนึ่งและรัฐบาลน่าจะสนับสนุนให้คนไทยไปสังเวชนียสถานให้สะดวกขึ้น รวมทั้งผู้ด้อยโอกาสในสังคม ควรได้รับโอกาสนี้ด้วย
ขอบคุณที่แวะมาให้ดอกไม้กำลังใจและร่วมแสดงความคิดเห็นครับ
เจริญสุขครับคุณหมอ