......จากประสบการณ์ที่ไม่ได้อยู่กับพ่อของลูกคนแรก...พบว่า.....คนต่างๆ ในสังคมจะบอกว่าผู้หญิงต้องอดทน ต้องเสียสละ ต้องทำเพื่อครอบครัว ถ้ารักลูกก็ต้องอดทน ต้องอยู่เพื่อรักษาความเป็นครอบครัวไว้ ถ้าพ่อแม่แยกกัน ลูกก็จะมีปัญหา มีปมด้อย.......แต่นาวไม่เชื่อเช่นนั้น.....ถ้าจัดการความสัมพันธ์ให้ลงตัวได้โดยให้มีผลกระทบกับลูกน้อยที่สุด และมีการสื่อสารกับลูก กับคนแวดล้อม ทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติต่อการสื่อสารกับเด็กด้วยกัน.....เด็กก็ไม่มีปัญหา....ทุกคนที่รู้จักต้นกล้า รู้จักครอบครัวพ่อต้นกล้าและนาวต่างทราบคำตอบว่าเขาไม่มีปัญหาเลย....และเป็นเด็กน่ารักมาก.....

..........และสำหรับลูกคนนี้ ถึงแม้เขาจะไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อ นาวมั่นใจว่าจากประสบการณ์ที่เคยสร้างความเข้าใจกับต้นกล้า จะช่วยให้นาวสื่อสารกับเขาได้ และเลี้ยงดูเขาให้เติบโตมาด้วยความอิ่มในใจ ไม่รู้สึกขาด.......เมื่อเขาเติบโตมาจนถึงวัยที่เข้าใจชีวิต เข้าใจโลกเพียงพอ นาวก็อาจบอกเขาว่าพ่อเขาคือใคร ซึ่งก่อนบอกนาวก็ต้องถามความคิดเห็นจากพ่อของเขาก่อนด้วย....ก็อย่างที่บอกเขาอาจไม่พร้อมที่จะมาเป็นพ่อของเด็ก แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน....เมื่อเราบังคับให้ใครเป็นดั่งที่เราต้องการไม่ใด้ ก็ทำความเข้าใจกันและกัน และจัดการความสัมพันธ์ให้ลงตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้

.......คงบอกไม่ได้ว่า จะไม่มีผลกระทบใดๆ เลย.....แต่ในหน้าที่แม่ นาวก็ต้องทำให้ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่จะเกิดมา.....ซึ่งคำว่าดีที่สุด นาวว่าไม่ใช่ คำว่าต้องอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก.....หรือการที่ต้องรู้ว่าพ่อเป็นใคร....เพราะไม่แน่ว่ายิ่งรู้ ก็อาจยิ่งมีปมด้อย อาจคิดมากก็ได้......ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้.....เส้นทางบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเส้นทางเดียว และคำตอบบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว............

........แต่ละคนมีสถานการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การเหมารวมว่าทั้งหมดเป็นเพราะ ความมักมากของผู้ใหญ่ นาวมองว่าคงไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่แต่ละคนก็เจอกับเหตุการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน เอาใครไปตัดสินใครไม่น่าเหมาะ และการว่ากล่าวกันด้วยคำพูดร้อนแรง จะได้เพียงความสะใจแต่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ในการจัดการปัญหา

.................ขอบคุณค่ะที่ร่วมแสดงความคิดเห็น.........