ชาวบ้านชนบท เขามีวิถีชีวิตอยู่กับป่า ลำห้วย บึงหนอง ซึ่งเขาถือเป็นของส่วนรวม หาอยู่หากินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ การซื้อขายไม่มีมากนัก ใช้การแลกเปลี่ยนมากกว่า ปลาแลกข้าว เนื้อสัตว์ป่าแบ่งกันกิน (วิถีนายพรานป่า) ได้มาขายหมดจะเข้าป่าหาสัตว์ไม่หมาน
(ไม่ค่อยเจอสัตว์) อาหารการกินทั่งหมดจึงอยู่กับผลผลิตจากป่า เนื้อสัตว์ ปูหิน ปลากั้ง หน่อไม้ ดอกกะเจียว ผักหวาน เห็ด พื้นที่ราบก็ทำนา ปลูกผัก ปลูกต้นครามไว้ย้อมสีผ้า ปลูกฝ้ายตามป่าตามดง ตัดไม้ป่ามาสร้างบ้านแปลงเฮือนตามกำลังจะมี ชาวภูไทย คำชะอี เขาวง โคกก่ง ขุมขี้ยาง ชาวไทยโซ่ดงหลวง ดงมอน ผึ่งแดด ก้านเหลือง หนองแคน กกตูม บ้านเปี๊ยด นาหลัก มะนาว ส่านแว้ เขามีชีวิตของเขาอย่างนี้มาแด่บรรพกาล เมื่อทางราชการประกาศเป็นเขตอนุรัก์พันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ผลกระทบตามมาจึงมี แต่ก็คนคำชะอี คนดงหลวง เขาวง กลุ่มนี้อีกนั่นแหละที่เรียกร้องทางราชการประกาศเขตอนุรักษ์ เพื่อให้กลุ่มสัมปทานป่าของ นายทุน ออกไป ด้วยแนวคิดร่วมกันว่าเราจะต้องหวงแหนป่าผืนนี้ไว้ให้ได้ด้วยพลังของเรา หลายๆท่านที่เป็นแกนนำยังมีชีวิตอยู่คีรับ
ผมออกนอกเรื่องไปไกลแล้ว การจัดตั้งตลาดชุมชน ดีมากครับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ดี สินค้าจากในเมืองก็หลั่งไหลมา ส่วนผลิตผลจากป่าของชาวบ้านก็ยังดำเนินไปตามวิถีดั้งเดิม จะเปลี่ยนไปก็คือมีศูนย์กลางการจำหน่าย มีผู้ซื้อ มีผู้หา มีผู้ห้าม(จนท.ป่าไม้) ปัญหากระทบก็มีบ้าง
เรื่องเล่าจากดินแดนแห่งมี้มีอีกมาก คงต้องคุยกันเป็นปี นะ คุณส.บางทราย (ส.คือสหายนะครับ) ยินดีแลกเปลี่ยนกับผู้สนใจทุกท่านครับ ตะวันก็เติบโตมากับป่าผืนนี้ บางทราย บังอี่ คันแท ห้วยมุก น้ำยาม ห้วยทราย มีต้นกำเนิดจากป่านี้ แม้จะไหลเลาะไป คนละทิศละทาง แต่สดท้ายคือทะเลกว้าง