นายประสงค์ ในทอง

มนุษย์กับธรรมชาติ

โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยและวาตภัย

1.ปัญหาดังกล่าวเกิดมาจากสาเหตุอะไร

โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยและวาตภัยในประเทศส่วนใหญ่เกิดมาจากภูมิอากาศที่แปรปรวนแพราะมีความกดอากาศต่ำและทำให้ฝนตกหนักเมือฝนตกหนักแล้วทำให้น้ำใหลลงสู่ที่ต่ำอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีต้นไม้หรือรากหญ้าไปช่วยดูดซึ่มน้ำเพราะทั้งป่าและต้นไม้ส่วนใหญ่ถูกทำหลายเพราะเนื่องมาจากการบุกรุกทำหลายป่าเพื่อหาพื้นที่มาทำการเกษตรทำไร่และทำสวนซึ่งเรียกว่า การปลูกพืชแบบเชิงเดียวที่ทุกฝ่ายออกมมากล่าวถึงคือ “ยางพารา” และ “ปาล์มน้ำมัน” รวมถึงผลไม้อื้นๆ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพืชเชิงเดี่ยวเช่นกันเพราะมีลักษณะการปลูกที่ว้นระยะเป็นแถวยาว โดยมีช่องว่างระหว่างแถวที่กลายเป็น “ช่องว่าง” เป็นทางน้ำไหล แถมเป็นพืชเชิงเดี่ยวไม่มี “ราก” ในการประสานหน้าดินที่จะสามารถยึดโยงช่องว่างเหล่านั้น เมื่อฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากก็จะกัดเซาะเอาหน้าดินที่ไม่มีรากไม้ยึดเหนี่ยวให้พังทลายจากยอดเขาลงสู่ที่ราบลุ่มอย่างที่เพิ่งเกิดในหลายในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ปรากฎใหเห็นถึงความโหดร้ายของธรรมชาติและความเสียหายที่ได้รับ

ในการบุกรุกเพื่อปลูดพืชเสรษกิจอย่างยางและปาล์ม ต้นไม้จำนวนมากถูกโค่นทิ้งและส่วหนึ่งไม่มีการแปรรูปเพื่อขายหรือนำไปใช้ประโยชน์เพราะเกรงถูกจับกุมไม้ใหญ่เหล่านั้นจึงถูกทิ้งอยู่บนเขาสูงและมีการกลบฝังเอาไว้จนวนมากดังนั้นเมือเกิดฝนตกหนักดินถล่มท่อนไม้ที่ถูกทิ้งไว้และยังไม่ผุจำนวมากจึงไหลหลากลงจากเทือกเขากลายเป็น “ท่อนชุงมฤตยู” ที่พุ่งเข้าใส่บ้านเรือนสะพานและผู้คนที่หนีไม่ทันจนกลายเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ หลักฐานที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงคือท่อนม้หรือกองซุงมากมายที่ไหลทะลักมารวมกันล้วนเป็นท่อนไม้เก่าๆมากกว่าต้นไม้ใหม่ๆที่ถูกน้ำป่าถอนรากถอนโคนลงมาสมทบ

ปัญหา ณ วันนี้นอกจากยางและปาล์มจะเป็นพืชเศรษฐกิจแล้วยังคือ “เส้นโลหิต” คือ “ชีวิตและจิตวิญญาณ” ของเกษตรกรภายในประเทศซึ่งไม่สามารถห้าม หรือหยุดยั้งการปลูกการทำสวนยางและปาล์มใด้อย่างแน่นอนรวมทั้งเมื่อราคายางและปาล์มมีแต่จะทะยานสูงขึ้นในเวลานี้และมีความต้องการไช้ที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่พื้นที่ไม่เพิ่มขึ้น ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจทั้ง 2 ชนิดจึงยังรุ่นแรงมากขึ้นเพราะระหว่าง “การกลัวภัยพิบัติ” กับ “การต้องการทรัพย์สินเงินทอง” ความต้องการอย่างหลังมีมากกว่าแน่นอน และถ้าเมื่อมีฝนตกน้าฝนก็จะชะล้างหน้าดินอย่างรวดเร็วจนส่วนแต่ละแห่งมีสภาพเป็น “รองน้ำ” เหมือนกับรอยแมวข่วนเกิดขึ้น ซึ่งวิธีการทำการเกษตรแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าจะใหลบ่าอย่างรวดเร็วดินและหินจากเนินเขาหรือยอดเขาก็จะถล่มตามมาอย่างรวดเร็ว

2.ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษยชาติอย่างไร

มีทั้งภัยที่เกิดจากธรรมชาติและภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ภัยธรรมชาตินั้นแม้ไม่อาจล่วงรู้ถึงเวลานาทีของการเกิดที่แน่นอนได้และเป็นภัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ทว่าการเตรียมความพร้อมป้องกันที่ดีสามารถลดความรุนแรงและผลกระทบให้เบาบางลงได้

อุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วมเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติและตามฤดูกาลแต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้หรือลดความเสียหายให้น้อยที่สุดได้ของแต่ละพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย การควบคุมการก่อสร้างในบริเวณที่เกิดอุทกภัย ตลอดจนประกันวินาศภัยและการจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องอุทกภัยเมื่อเกิดอุทกภัยต้องมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ในระหว่างที่เกิดอุทกภัยหน่วยงานต่างๆต้องรีบช่วยกู้ภัยและช่วยเหลือโดยทันที และเมื่ออุทกภัยผ่านพ้นไปแล้วต้องรีบช่วยเหลือฟื้นฟูทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

น้ำท่วมก่อให้เกิดผลกระทบอันตรายและความเสียหาย

1. อันตรายและความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือน โดยตรง เกิดน้ำท่วมในบ้านเมือง โรงงาน คลังพัสดุ โกดังสินค้า บ้านเรือนไม่แข็งแรง อาจถูกกระแสน้ำไหลเชี่ยวพังทลาย หรือคลื่นซัดลงไปทะเลไปได้ ผู้คน สัตวพาหนะ สัตว์เลี้ยง อาจจมน้ำตาย หรือถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำไหลเชี่ยว - เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดทั้งทางถนน ทางรถไฟ ชำรุดเสียหาย โดยทั่วไป รวมทั้งยานพาหนะ วิ่งรับส่งสินค้าไม่ได้ เกิดความเสียหายและชะงักงันทางเศรษฐกิจ - กิจการสาธารณูปโภคจะได้รับความเสียหาย เช่น กิจการโทรเลข โทรศัพท์ การไฟฟ้า การประปา และระบบการระบายน้ำ เป็นต้น ท่าอากาศยาน สวนสาธารณะ โรงเรียน - สิ่งก่อสร้างสาธารณสถานเกิดความเสียหาย เช่น สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน สวนสาธารณะ โรงเรียน วัด สถาปัตกรรม และศิลปกรรมต่าง ๆ

2. ความเสียหายของแหล่งเกษตรกรรม ได้แก่ แหล่งกสิกรรมไร่นา สัตว์เลี้ยง สัตว์พาหนะ ตลอดจนแหล่งเก็บเมล็ดพันธ์พืชยุ้งฉาง

3. ความเสียหายทางเศรษฐกิจ รายได้ของประเทศลดลง ผลกำไรจากภารกิจต่าง ๆ ถูกกระทบกระเทือน รัฐต้องมีรายจ่ายสูงขึ้นจากการซ่อมบูรณะซ่อมแซม และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และเกิดข้าวยากหมากแพงทั่วไป

4. ความเสียหายทางด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน ขณะเกิดอุทกภัยขาดน้ำดีในการอุปโภคบริโภค ขาดความสะดวกด้านห้องน้ำ ห้องส้วม ทำให้เกิดโรคระบาด เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคอหิวาตกโรค รวมทั้งโรคเครียด มีความวิตกกังวลสูง โรคประสาทตามมา

5. ความเสียหายที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ ฝนตกที่หนัก น้ำที่ท่วมท้นขึ้นมาบนแผ่นดิน และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม (landslides) ได้ นอกจากนั้นผิวหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์จะถูกน้ำพัดพาลงสู่ที่ต่ำ ทำให้ดินขาดปุ๋ยธรรมชาติ และแหล่งน้ำเกิดการตื้นเขิน เป็นอุปสรรคในการเดินเรือ

การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย

1.ควรติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาสม่ำเสมอ เมื่อใดที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง

2.เมื่อกรมอุตนิยมวิทยาเตือนให้อพยพไปอยู่ในที่สูงอาคารที่มั่นคงแข็งแรงทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

3.ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลาก จากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลาย ๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง

4.ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้ เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร

5.กระแสน้ำหลากจะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ และพืชไร่ ต้องระวังกระแสน้ำพัดพาไป อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม อย่าลงเล่นน้ำ อาจจะประสพอุบัติภัยอื่น ๆ อีกได้

6.หลังจากน้ำท่วม จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค โดยต้มให้เดือดเสียก่อน